มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ 4 คนไทยผลงานเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/213040

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถือฤกษ์ 20 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จัดงานประกาศผลรางวัล “วันคึกฤทธิ์” เพื่อระลึกถึงและสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมให้เคียงอยู่เป็นมรดกชาติต่อไป

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ กล่าวว่าในโอกาสครบรอบ วันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครบรอบ 105 ปีชาตกาล ได้มีการคัดเลือกศิลปินผู้มีผลงานดีเด่นและสร้างคุณประโยชน์แก่ชาติ เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติความดีในทุกๆ ปี ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2537 ในรูปแบบของโครงการอนุเคราะห์ศิลปิน และปรับเปลี่ยนมาเป็น รางวัลศิลปินคึกฤทธิ์ในปี 2553 กระทั่งปัจจุบันปี 2559 ได้มีมติพิจารณาเปลี่ยนชื่อ“รางวัลศิลปินคึกฤทธิ์” เป็น “รางวัลคึกฤทธิ์”

“ซึ่งการเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ ทางสถาบัน เล็งเห็นว่าคนทำงานเบื้องหลังนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากที่จะทำให้งานต่างๆ ประสบผลสำเร็จ ซึ่งไม่เฉพาะศิลปินเท่านั้น ทั้งยังเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีผลงานน่าชื่นชมและเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะไทย สอดคล้องกับแนวคิดหรือแนวทางการส่งเสริมที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ดำเนินการไว้ จึงมีการพิจารณาเปลี่ยนชื่อเป็น “รางวัลคึกฤทธิ์” ให้มีโอกาสถูกพิจารณาเสนอชื่อเข้ารับรางวัลคึกฤทธิ์ได้เช่นกัน”

โดยศิลปินที่ได้รับการเชิดชูเกียรติรางวัลคึกฤทธิ์ ประจำปี 2559 ได้แก่ นายสงบศึก ธรรมวิหาร สาขา ดุริยางค์ไทย, นางสาววรางคณา วรรณประเก สาขา นาฏศิลป์ และ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัตราสาขาศิลปะการแสดง และในโอกาสนี้ได้มีการเพิ่มรางวัล “สาขาวรรณศิลป์” ขึ้นเป็นปีแรก โดยพิจารณาเลือก นางดารกา วงศ์ศิริ ให้ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ พร้อมด้วยผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

อาจารย์สงบศึก ธรรมวิหาร ศิลปินผู้ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขาดุริยางค์ไทยได้กล่าวถึงการได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “รู้สึกว่าภาคภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ เพราะผมนิยมนับถือหม่อมคึกฤทธิ์มานานแล้ว ตอนแรกก็อ่านหนังสือท่านและก็มาร่วมกันทำโขนธรรมศาสตร์เลยสนิทสนมกัน สำหรับเด็กรุ่นใหม่วันนี้ผมดูเขามีความรักทางด้านศิลปะดนตรีไทยมาก ถ้าปลูกฝังอะไรให้เขารักแล้วไม่มีพลาด แต่อีกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่ดวงของชาติด้วยนะ เพราะสิ่งเร้ามันเยอะ ก็อาจทำให้เขามองข้ามไป”

ทางด้านอาจารย์วรางคณา วรรณประเก ศิลปินผู้ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขานาฏศิลป์ บอกว่า “รู้สึกดีใจเป็นปลื้ม เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลมาก ปัจจุบันเด็กก็ให้ความสนใจในการเรียนการแสดงและดนตรีไทยเยอะ มันก็ทำให้มรดกภูมิปัญญาเหล่านี้ได้รับการสืบทอดต่อไป อีกอย่างก็ไม่อยากให้เด็กสนใจโซเชียลมากนัก พอวันอาทิตย์เขามาเรียนการแสดงและคนตรีไทยกับทางสถาบัน
คึกฤทธิ์ก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะที่นี่ก็เรียนฟรี เด็กๆ สนุกสนานกับการฝึกซ้อม และก็ได้แสดงออก ก็นับว่าเป็นการตอบรับจากเด็กๆ ที่จะเป็นผู้สืบต่อลมหายใจของศิลปะไทยได้อย่างดีเยี่ยม”

สำหรับ รางวัล “สาขาวรรณศิลป์” ซึ่งเพิ่มขึ้น เอื้อ-เอื้ออาทร วงศ์ศิริ บุตรสาวของนางดารกา ผู้เข้ารับรางวัลแทนคุณแม่ได้กล่าวถึงความภูมิใจของคุณแม่ในครั้งนี้ว่า “คุณแม่ท่านรู้สึกภูมิใจมากกับการได้รับมอบรางวัลในครั้งนี้ ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ทำงานเบื้องหลังมานาน ท่านได้สอนเอื้อเสมอว่า “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” ฉะนั้น เวลาที่ท่านทำงานอะไรท่านจะตั้งใจทำให้ดี บทที่ท่านเขียน คุณแม่ท่านก็จะพยายามสอดแทรกความเป็นวัฒนธรรม สังคม หรือว่าความเชื่อต่างๆ ลงไปเพื่อมอบแง่คิดแก่ผู้อ่านผู้ชม”

ทั้งนี้ นอกจากบรรยากาศในงานที่เต็มไปด้วยความปีติยินดีของศิลปินและบุคคลที่ได้รับการมอบ รางวัลเชิดชูเกียรติแล้ว ทางมูลนิธิคึกฤทธิ์ยังมีการแสดงจากศิลปินคึกฤทธิ์ คณะครู และศิษย์จากสถาบันคึกฤทธิ์ ให้แขกผู้มาเยือนได้ชื่นชมการแสดงอันงดงาม เช่น รำถวายมือบูชาครู, บรรเลงดนตรี เพลงแขกสาหร่าย (ประพันธ์เนื้อร้องโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) รำคล้องหงส์ โดย ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ (โนราธรรมนิตย์)

ผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เอื้ออาทร วงศ์ศิริมาแทนคุณแม่ ดารกา วงศ์ศิริ, อาจารย์วรางคณา วรรณประเก และอาจารย์สงบศึก ธรรมวิหาร

ผู้ที่สนใจหรือต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของมูลนิธิคึกฤทธิ์ เช่น การเยี่ยมชมห้องสมุด, ห้องชมนิทรรศการ, ศูนย์ศิลปะการแสดง, คณะโขนสถาบันคึกฤทธิ์ ฯลฯ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.kukrit-pramoj.com หรือที่ /kukritinstitute

Leave a comment