เอไอเอสใส่เกราะให้เยาวชนรู้ทันโซเชียลผ่านธรรมะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/213477

วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

เอไอเอส นำโดย อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จัดแคมป์“เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้กับเยาวชนในโครงการ ด้วยกิจกรรมและให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้โซเชียล มีเดีย (SocialMedia) เพื่อติดอาวุธทางความคิด รู้เท่าทัน โซเชียล มีเดีย และไม่ตกเป็นเหยื่อสังคมออนไลน์ในยุคดิจิทัล กับ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พร้อมเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อส่งเสริมกำลังใจให้เข้มแข็ง และให้เยาวชนสามารถยืนหยัดในสังคมต่อไปได้อย่างมีความสุข

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโตได้บรรยายธรรมในหัวข้อ “ธรรมะยุค 4G Digital” ให้กับคนเก่งโดยมีใจความสำคัญว่า “เทคโนโลยีเป็นสิ่งใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด เพราะเราสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ตลอดเวลาผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่น เฟซบุ๊ค (Facebook) เฟซบุ๊คเป็นโซเชียล มีเดีย ที่ขายความรู้สึก ดีใจ เสียใจก็เขียนลงเฟซบุ๊ค แบบนี้แสดงว่า อารมณ์เราอยู่เหนือความรู้สึก พยายามอย่าใช้อารมณ์ในการเขียน แต่ขอให้ใช้อาวุธ ซึ่งก็คือสติปัญญา ไตร่ตรองและคิดให้รอบคอบเสียก่อนจะได้ไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง เวลาในการเล่นก็สำคัญ ต้องรู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสมเวลาเรียนก็คือเวลาเรียน เวลาว่างถึงจะเล่นได้ ไม่ใช่เล่นตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำกิจอย่างอื่นก็ไม่ถูกต้อง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โซเชียลมีเดียก็เช่นกันเราต้องรู้จักเลือกใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้ถูกให้ควร และที่สำคัญที่สุดเราต้องเล่น อย่างมีสติ เพื่อที่เราจะได้ไม่เป็นเหยื่อของโซเชียลมีเดีย”

ยุพา เพ็ชรฤทธิ์ รัตนจันทร์ และ อมรรัตน์ ชาญปรีชญา

หลังจากฟังธรรมบรรยายที่มีทั้งสาระความรู้และความสนุกสนานแล้ว ตัวแทนเยาวชนคนเก่งหัวใจแกร่ง ได้แสดงความคิดเห็นที่มีต่อการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย เริ่มด้วยน้องแว๊-ชนิดา ตรีบุบผา อายุ 12 ปีนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนวัดบ้านดาบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า “หนูเป็นคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาค่ะ โดยเฉพาะในยุค 4G เรามีมือถือและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน ซึ่งเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีนะคะ ช่วยพัฒนาสังคมได้ อย่างเรื่องการศึกษา หนูสามารถหาข้อมูลและความรู้จากมือถือ ได้ เป็นช่องทางที่มีประโยชน์มากๆ หรืออย่างการค้าขายตอนนี้เราก็สามารถซื้อหรือขายของผ่านมือถือได้แล้ว หนูว่า มันช่วยให้อะไรๆ มันง่ายขึ้นมากๆ ค่ะ”

สา-ธิดา อารี อายุ 19 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนบ้านห้วยผึ้ง จังหวัดเชียงราย บอกว่า “หนูเล่นแค่เฟซบุ๊คค่ะ แรกๆ หนูคุยกับเพื่อน มีลงรูปบ้าง แต่หลังๆ คุณครูจะสั่งงาน สั่งการบ้านผ่านทางเฟซบุ๊คค่ะ เวลาทำงานเป็นกลุ่มเราก็จะสร้างกลุ่มไว้ เพื่อช่วยกันทำงาน ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ได้จากส่วนนี้ หลังจากที่ได้ฟังการบรรยายแล้วทำให้หนูรู้ว่า ก่อนที่จะทำอะไรลงไปเราต้องคิดให้ดีก่อน อย่างเช่นการที่เราเช็คอินว่าเราอยู่บ้านคนเดียว หรือเวลาเราถ่ายรูปลงเฟซบุ๊คก็ใส่กระโปรง กางเกงสั้นๆ ก็จะอันตราย เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า คนที่เห็นเขาคิดอย่างไรยิ่งเราเป็นผู้หญิงก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีกค่ะ”

สา-ธิดา อารี

นอกจากความรู้เรื่องการใช้งานโซเชียลมีเดียแล้ว เอไอเอสยังเชิญบัณฑิตเยาวชนสานรักมาร่วมพูดคุย พร้อมเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับน้องๆ ในโครงการเพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จ และเป็นกำลังใจให้รุ่นน้องด้วย รวมทั้งเอไอเอสยังจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ โดยพาเยาวชนในโครงการไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเยาวชนในโครงการได้เรียนรู้และร่วมสนุกกับบทบาทอาชีพแบบผู้ใหญ่ในเมืองเสมือนจริงที่ Kidzania Bangkok ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน รวมถึงได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกแบบไร้ขีดจำกัดบนลานสเกตน้ำแข็งที่ Sub-Zero Ice Skate Club ณ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสนุกและสร้างสรรค์จินตนาการกับเหล่าตัวการ์ตูนสุดฮิตที่ สวนน้ำCartoon Network Amazone พัทยา จังหวัดชลบุรี

ชนิดา ตรีบุบผา

Leave a comment