ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/214166
สุขภาพจะดีหรือแย่ไม่ได้อยู่ที่อาหารหรือวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารเพียงอย่างเดียว แต่วิธีการรับประทานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อย่างเช่น 7 พฤติกรรมการทานอาหารที่ควรเลี่ยง ที่นำมาเสนอในวันนี้ เป็นพฤติกรรมที่ทำแล้วมีแต่ส่งผลเสีย ทำร้ายร่างกาย และควรปรับเปลี่ยน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันได้เลย

1. ต้อง “อิ่ม” ทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
แม้ว่าคุณอาจจะเคยชินกับการรับประทานอาหารจนติดกระดุมกางเกงไม่ได้ แต่คุณก็สามารถฝึกสมองและร่างกายให้พอใจกับทานอาหารน้อยลงโดยการแบ่งมื้ออาหารและมีอาหารว่างหลังจากนั้นในแต่ละมื้อ เช่น อาหารเช้า ของว่าง อาหารกลางวัน ของว่าง อาหารเย็น ของว่าง ที่สำคัญคือ อย่าอดอาหารหรือรับประทานจนอิ่มเกินไป
นอกจากนี้การแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ตลอดทั้งวันยังช่วยป้องกันไม่ให้ระดับอินซูลินสูงเกินไปและทำให้ระบบการเผาผลาญของคุณทำงานได้ดี แถมการควบคุมน้ำหนักจะง่ายขึ้นอีกด้วย

2. ทานจนเลยจุดของความหิว
คุณเคยรู้สึกว่ายังไม่อิ่มและทานต่อเนื่องหลังจากที่คุณรู้ตัวว่าอิ่มไหม? ทางแก้คือจงชะลอความเร็วในการทานแทนที่จะตักอาหารเร็วๆ ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาในการทานอาหาร การใส่ใจกับสีสัน องค์ประกอบ กลิ่นหอม และวัตถุดิบต่างๆ ของอาหารที่อยู่ในจาน จะช่วยทำให้คุณเต็มอิ่มกับรสชาติ ได้สัมผัสกับความรู้สึกหิวและอิ่มได้ดีกว่าปกติ และนี่ล่ะคือการรับประทานอย่างมีสติ

3. ทานมากเกินไปเมื่ออยู่คนเดียว
หากคุณมีแนวโน้มว่าจะทานอาหารมากขึ้นเมื่อต้องทานอาหารคนเดียว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับ “เก้าอี้ โต๊ะ จาน” และละเว้นนิสัยบางอย่าง เช่น ยืนรับประทานอาหาร หยิบอาหารจากตู้เย็นหรือในกล่องมาทานทันที รวมถึงการรับประทานอาหารหน้า TV หรือขณะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อื่นๆ คุณควรรับประทานอาหารอย่างมีสติและอาจจะจัดวางดอกไม้หรือเทียนไขเพื่อทำให้มื้ออาหารดูพิเศษยิ่งขึ้น

4. งดอาหารเช้า
การรับประทานอาหารเช้าจะช่วยในการเผาผลาญ ขจัดน้ำหนัก และตัดความอยากอาหารระหว่างวันลงได้ นอกจากนี้ยังสามารถคุมน้ำหนักที่ลดได้ในระยะยาวอีกด้วย นอกจากนี้ ควรรับประทานกล้วยก่อนดื่มชาหรือกาแฟเนื่องจากจะช่วยระงับความอยากคาเฟอีนและอาการคลื่นไส้ได้ หรือเตรียมอาหารเช้ามื้อเล็กๆ ไว้เผื่อหิว ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากตื่นนอนราว 2-3 ชั่วโมง และจากการศึกษายังพบว่า การงดอาหารเช้าไม่มีผลต่อน้ำหนักและการเผาผลาญทั้งในด้านบวกหรือด้านลบ

5. ทานขนมขบเคี้ยวตลอดทั้งวัน
การทานขนมขบเคี้ยวตลอดทั้งวันนอกจากจะไม่ให้ประโยชน์แล้วยังมีแต่ผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณควรทำคือ วางขนมให้เข้าถึงยากเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยวนใจ จากนั้นทุกๆ 1-1.5 ชั่วโมงควรหยุดพักสัก 5 นาทีเพื่อยืดเส้นยืดสาย ตบท้ายด้วยการดื่มน้ำสักแก้ว หากคุณยังต้องการขนมก็ควรเลือกเป้นของว่างที่มีโปรตีน ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ และมีส่วนผสมของกากใยอาหาร เช่น เนยถั่วอัลมอนด์ แอปเปิ้ลฝานอบแห้ง ธัญพืชต่างๆ เหล่านี้จะช่วยบรรเทาความหิวและอาการอยากทานเล็กทานน้อยได้

6. ทานอาหารมื้อดึก
การรับประทานอาหารสามมื้อรวมทั้งอาหารว่างในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันความหิวในตอนกลางคืนได้ ลองดื่มนมหรือหรือนมอัลมอนด์ 1 แก้วหรือกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปากและใช้ไหมขัดฟันเพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลาเข้านอนแล้ว หากคุณต้องการของว่างในตอนกลางคืนจริงๆ ควรจับคู่รับประทานผลไม้และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น แอปเปิ้ลหั่นบางๆ+เนยถั่ว แครอท+ถั่วบด กล้วย+มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น

7. ทานอาหารตามความรู้สึก
การทานอาหารตามความรู้สึก เช่น ทานของหวานเพื่อคลายเครียด ไม่ได้ช่วยให้คุณดีขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะทานจริงๆ ควรเลือกเป็นอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำ เช่น ชาร้อน ชาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายความเครียด หรือถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น คุณควรหากิจกรรมคลายเครียดประเภทอื่นๆ ทำ เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เป็นต้น สิ่งสำคัญคือหมั่นปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้สมองนึกถึงอาหารโดยอัตโนมัติเมื่อคุณมีความรู้สึกด้านลบ
ที่มา : issue247