ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/214884
นายเสกสรรค์ วรรณกรี ผู้อำนวยการกลุ่มควบคุมตามพระราชบัญญัติ สวพ.2 เปิดเผยว่า การคุมเข้มการห้ามใช้วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือการพิจารณาเลือกที่จะอนุญาตให้มีการใช้วัตถุอันตรายชนิดใดชนิดหนึ่งในประเทศ ซึ่งการออกใบอนุญาตต้องมีการประเมินประสิทธิภาพการป้องกันกำจัดศัตรูพืช และความปลอดภัย โดย พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 แบ่งวัตถุอันตราย 4 ชนิด ชนิดที่ 1-3 เป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ในปัจจุบัน ส่วนชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มี 98 ชนิด ส่งผลกระทบใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ
1.สารเคมีที่เป็นพิษสูง เป็นสารที่มีค่าความเป็นพิษเฉียบพันต่ำ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์ได้สูงที่ระดับความเข้มข้นของสารน้อย ได้แก่ Aldicarb, Crimidine, Cycloheximide, Dicrotophos, Dinitrocresol, Dinoseb and dinoseb salts, Endrin, Fluoroacetamide, Fluoracetate, Sodium, Fluoroacetic acid and its salts, Heptachlor, Mevinphos, Monocrotophos, Omethoate และ Phophamidon
2.สารเคมีตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน สาร POPs เป็นกลุ่มสารประกอบอินทรย์ซึ่งย่อยสลายยาก ทำให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม มีความเป็นพิษสูง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต การเจ็บป่วย และความพิการแต่กำเนิดของมนุษย์ และสัตว์ เป็นสารก่อมะเร็ง อาการแพ้ และระบบประสาทไวต่อความรู้สึก ระบบประสาทส่วนกลาง และรอบนอกถูกทำลาย ระบบการสืบพันธุ์บกพร่อง 3.สารเคมีที่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง ตามการจัดกลุ่มของ International Agency for Research on cancer (IARC) ซึ่งจัดสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์อยู่ในกลุ่ม 1A สารที่น่าเชื่อถือได้ว่าจะเป็นสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์อยู่ในกลุ่ม 2A และสารที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์อยู่ในกลุ่ม 2B
4.สารเคมีที่มีการห้ามใช้ในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษต่อมนุษย์ พืช สัตว์หรือสิ่งแวดล้อมทำให้หลายประเทศมีการประกาศห้ามใช้ และ 5.สารเคมีที่มีเหตุผลการห้ามใช้อื่นๆ เช่น สารเคมีที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้เพื่อขัดขวางระบบการทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันตัว หรือทำร้ายผู้อื่น เนื่องจากมีการนำมาใช้ในทางที่ผิด ได้แก่ capsaisin, PAVA, ethanethiol, n-butyl mercaptan และสารเคมีที่ทำลายชั้นบรรยากาศและมีสารอื่นทดแทน ได้แก่ chlorofluorocarbons
อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังและเข้มงวดการตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่ลักลอบนำเข้าจำหน่าย พร้อมทั้งเร่งรณรงค์ให้ข้อมูลความรู้กับเกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรมีความเข้าใจเรื่องการใช้วัตถุอันตรายในพืชเพิ่มมากขึ้น และเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่จะได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่ดีมีคุณภาพช่วยลดต้นทุนให้กับการทำเกษตรได้