ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/214391
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากกรณีคณะสำรวจของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ร่วมกับ นายโยธิน มีแก้ว และนายคณิต คณีกุล ได้สำรวจพบนกแต้วแล้วท้องดำ เพศเมียในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะเป็นการค้นพบเพียง 1 ตัว แต่ถือเป็นข่าวดีที่สุดของวงการอนุรักษ์ เนื่องจากนกแต้วแล้วท้องดำซึ่งสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ของประเทศไทยที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตามบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้หายไปจากธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 2556 หรือเป็นเวลากว่า 3 ปี จนทำให้ทุกฝ่ายต่างคิดว่านกแต้วแล้วท้องดำได้สูญพันธุ์จากประเทศไทยไปแล้ว
ดังนั้นในระหว่างวันที่ 25-29 เมษายนที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่าเข้าไปปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม เพื่อหาแนวทางในการจัดการที่เหมาะสมต่อนกแต้วแล้วท้องดำเพศเมียที่สำรวจพบดังกล่าว และได้ประชุมหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมหารือกับผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เพื่อพิจารณาแผนการจัดการนกแต้วแล้วท้องดำ จากนั้นจัดประชุมเพื่อระดมและรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดการนกแต้วแล้วท้องดำ ร่วมกับตัวแทนองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คณะวนศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สรุปผลจากการประชุมระดมความคิดเห็นจากองค์กรต่างๆ เพื่อหาแนวทางการจัดการนกแต้วแล้วท้องดำที่สำรวจพบเป็น 3 แนวทาง ดังนี้
1.ทำแผนการป้องกันภัยและศัตรูผู้ล่าให้นกแต้วแล้วท้องดำเพศเมียที่สำรวจพบ โดยการจัดเจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม มาทำการเฝ้าระวังภัยจากสัตว์ผู้ล่าในธรรมชาติ และภัยคุกคามจากมนุษย์
2.ทำแผนเพื่อหาแนวทางการเพิ่มจำนวนนกแต้วแล้วท้องดำในธรรมชาติ ซึ่งควรมีทั้งการอนุรักษ์ทั้งในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และการอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติหรือการเพาะขยายพันธุ์ควบคู่กันไป ซึ่งจากรายงานการสำรวจพบนกแต้วแล้วท้องดำเพศเมียครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดี เนื่องจากกรม ได้มีโครงการฟื้นฟูประชากรนกแต้วแล้วท้องดำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ซึ่งในโครงการมีการอนุบาลเลี้ยงลูกนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ดังนั้นจึงมีแผนการที่จะนำนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้ตัวดังกล่าวมาทำการฝึกเพื่อให้นกมีสัญชาตญาณป่า (Re-Wilding) ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โดยทำกรงเลี้ยงขนาด 5×5 เมตร ในพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณจุดที่พบนกแต้วแล้วท้องดำเพศเมีย และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการตอบสนองของนกเพศเมียต่อการร้องและการปรากฏของนกเพศผู้ในพื้นที่เพื่อศึกษา ซึ่งหากนกมีแนวโน้มที่จะจับคู่กันก็จะดำเนินการล้อมกรงขนาดใหญ่เพื่อป้องกันภัยคุกคาม และเพิ่มโอกาสในความสำเร็จในการสืบขยายพันธุ์ของนกแต้วแล้วท้องดำทั้งสองตัวต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากนกเพศผู้ยังไม่มีประสบการณ์ในป่า การปล่อยออกไปในทันทีจึงมีความเสี่ยงมากเกินไป จึงขอให้ฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติในกรงเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง
3.ปรับปรุงแผนการฟื้นฟูประชากรและอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำแห่งชาติ (National Gurney’s Pitta Recovery and Conservation Action Plan) โดยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติระดับนโยบายและความร่วมมือของทุกกระทรวง โดยจะทำคู่ขนานไปกับการอนุรักษ์แต้วแล้วท้องดำในปัจจุบัน