แจงสี่เบี้ย : เร่งรณรงค์ใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่ให้ตกค้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/211831

227832

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัญหาสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในผลไม้เกินค่ามาตรฐานการนำเข้าของจีน เป็นปัญหาที่พบมานานแล้ว ทำให้ผู้ส่งออกไทยบางรายถูกแบนและห้ามนำเข้าลำไยไทยไปจีน ด้วยเหตุนี้ กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อรองรับกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติในกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ.1004-2557) ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 พ.ค. 2559 นี้เป็นต้นไป

โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 (สวพ.1) กรมวิชาการเกษตร ได้ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ให้ปลอดภัยในพื้นรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และเชียงราย โดยมีการใช้ระบบการควบคุม-กำกับการส่งออกลำไยสด เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบรับรองแหล่งผลิต (GAP) โรงคัดบรรจุ โรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (GMP/GMP) การจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOP) ของโรงรม การจดทะเบียนผู้ส่งออก การสุ่มตัวอย่างลำไยเพื่อวิเคราะห์สารตกค้าง

นอกจากนั้น กรมวิชาการเกษตร ยังได้ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีการรมควันเพื่อแก้ไขปัญหาการรมควันและงานวิจัยเชิงรุก คือ การหาสารทดแทนซัลเฟอร์ไดออกไซด์กรณียกเลิกการใช้มานานหลายสิบปี แต่อย่างไรก็ดี การใช้สารดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างถูกต้องถูกวิธีตามกฎของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีการออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติ ในกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ.1004-2557) ให้เป็นมาตรฐานบังคับครั้งแรกของประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป

ฉะนั้นผู้ประกอบการโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์กว่า 140 แห่ง ทั่วประเทศต้องเร่งปรับตัวและเตรียมพร้อมด้วยการปรับปรุงโรงรม ห้องรม ระบบบำบัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด และหลักการปฏิบัติในมาตรฐานอย่างถูกต้อง และถูกวิธี และยื่นเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมกับขอการตรวจรับรองจากกรมวิชาการเกษตร ภายใน 4 พ.ค. นี้ซึ่งในส่วนของภาคเหนือขณะนี้มีโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซต์ผ่านการรับรองมาตรฐาน มกษ.1004-2557 แล้วกว่า 70 โรง

Leave a comment