รู้จัก ‘โรดริโก ดูเตร์เต’ จาก ‘ผู้ลงทัณฑ์’ สู่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619553

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AP)

โรดริโก ดูเตร์เต ผู้สมัครฝีปากกล้า วัย 71 ปี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีเสียงครหามากมายเกี่ยวกับเขา รวมทั้งเรื่องการพูดจายั่วยุ แต่ผลงานการปราบอาชญากรรมของเขาในเมืองดาเวา เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวฟิลิปปินส์ที่กำลังเบื่อหน่ายกับรัฐบาลเดิม และกำลังต้องการความเปลี่ยนแปลง

ไทยรัฐออนไลน์ ขอนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับประวัติ และวีรกรรมไม่ธรรมดาของ โรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์ และเหตุผลที่ว่า ทำไมนายกเทศมนตรีเมืองดาเวารายนี้ จึงถูกเรียกว่า ‘ผู้ลงทัณฑ์’…

โรดริโก ดูเตร์เต กาบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง (ภาพ: AP)

ประวัติโดยสังเขป

โรดริโก ดูเตร์เต เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1945 ที่เมืองมาอาซิน ซึ่งตอนนี้เป็นเมืองเอกของจังหวัดเลย์เต ทางใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ตระกูลดูเตร์เต ถูกระบุว่าเป็นตระกูลการเมือง เนื่องจาก บิเซนเต ตี. ดูเตร์เต บิดาของเขาซึ่งเป็นนักกฎหมาย เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดดาเวา (สมัยยังไม่แยกเป็น 3 เมือง) และเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเนา บนเกาะเซบู ส่วน โซเลดาด โลอา มารดาผู้เป็นอาจารย์ ก็เป็นทายาทของผู้นำพลเรือนของชาวมาราเนา บนเกาะมินดาเนา ขณะที่ โรนัลด์ ญาติของ ดูเตร์เต และรามอน บิดาของเขา ก็เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเซบู ครอบครัวดูเตร์เตย้ายไปตั้งรกรากที่จังหวัดดาเวา ในปี 1951

ดูเตร์เต ฉายแววความห้าวตั้งแต่สมัยเรียน โดยเขาศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนประถม ‘ลาบูน’ ในเมืองมาอาซิน ได้ 1 ปี ก่อนจะย้าย และเรียนจบที่โรงเรียนประถาม ‘ซานตา อานา’ ที่เมืองดาเวา ในปี 1956 จากนั้นเขาเข้าศึกษาชั้นมัธยมแต่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนถึง 2 แห่ง เนื่องจากความประพฤติไม่เหมาะสม ก่อนจะเรียนจบที่สถาบัน ‘โฮลี ครอส’ ในเมืองดีกอส ดูเตร์เต เรียนจบปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การเมือง และปริญญาตรีสาขากฎหมายจากมหาวิทยาลัย 2 แห่งในกรุงมะนิลา ในปี 1972 และเขาสอบเนติบัณฑิตผ่าน ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความในปีเดียวกันนั้นเอง

ดูเตร์เต เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยว่า เขาเคยใช้ปืนยิงเพื่อนนักศึกษาบาดเจ็บสมัยเรียนกฎหมาย โดยอ้างว่าผู้เคราะห์ร้ายรังแกเขาที่สืบเชื้อสายจากชาวบิซิยาน ในภาคใต้ของเกาะลูซอน ส่งผลให้เขาถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมพิธีรับปริญญา แต่เขาก็สามารถเรียนจบมาได้

เส้นทางการเมืองของ ดูเตร์เต เริ่มขึ้นในปี 1986 หลังเกิดเหตุการณ์ ‘ปฏิวัติพลังประชาชน’ โดยเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการรองนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ก่อนลงชนะเลืองตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ในปี 1988 และอยู่ในตำแหน่งจนถึงปี 1998 เนื่องจากหมดวาระตามกฎหมาย เขาจึงหันไปสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกเป็นผู้แทนเขตที่ 1 ของเมืองดาเวา แต่หลังหมดวาระในปี 2001 เขาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาอีกครั้ง และได้รับเลือกติดต่อกันถึง 3 สมัย (2001, 2004 และ 2007) ก่อนจะกลายเป็นตัวแทนพรรค ‘พีดีพี-ลาบาน’ ของเขาเอง ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หลังจากผู้สมัครตัวจริงของพรรคถอนตัวเพราะอาจไม่ผ่านคุณสมบัติ

ผลงานมากมายที่เขาสร้างไว้สมัยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทำให้เขาได้รับข้อเสนอจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ถึง 4 คน ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ดูเตร์เตปฏิเสธทั้งหมด เขายังปฏิเสธการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘ยอดนายกเทศมนตรีโลก’ (World Mayor Prize) ในปี 2014 ด้วย โดยให้เห็นผลว่า เขาแค่ทำงานของเขา

ดูเตร์เต กล่าวปราศรัยในกรุงมะนิลา (ภาพ: AFP)

ที่มาของฉายา ‘ผู้ลงทัณฑ์’ (Punisher)

ดูเตร์เต ทำให้ฟิลิปปินส์รู้จักชื่อของเขาในฐานะผู้ไม่ยอมให้แก่อาชญากรรม ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ซึ่งมีประชากรกว่า 1.5 ล้านคน เขาสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรอย่างไม่มีการประนีประนอม และอ้างว่าสามารถลดอัตราการเกิดอาชญากรรมในเมืองดาเวา ซึ่งเคยอยู่ในระดับสูงลงอย่างมากมาย

แต่ชื่อเสียงมักมาพร้อมกับข้อครหา เขาถูกนิตยสาร ‘ไทม์’ กล่าวหาในปี 2002 ว่า เขามีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มศาลเตี้ยหลายกลุ่ม ซึ่งฆ่าสังหารอาชญากรอย่างไม่เคารพกฎหมาย และตั้งฉายาให้ ดูเตร์เต ว่า ‘ผู้ลงทัณฑ์’ ขณะที่นายดูเตร์เตออกมายอมรับหน้าตาเฉยว่าข้อกล่าวหานี้เป็นความจริง “ผมเหรอ? พวกเขาบอกว่าผมเป็นพวกเดียวกับกลุ่มศาลเตี้ย? จริง มันเป็นความจริง” เขากล่าวในรายการโทรทัศน์ซึ่งออกอากาศในฟิลิปปินส์เมื่อปีก่อน เขายังขู่ด้วยว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะฆ่าอาชญากรอีกหลายพันคนแล้วเอาศพไปทิ้งในอ่าวมะนิลา อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ดูเตร์เต ออกมาถอนคำพูดในการแถลงข่าวครั้งหนึ่ง ระบุว่า ไม่มีกลุ่มศาลเตี้ยในเมืองดาเวา

แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ ยังคงใช้เรื่องนี้ในการวิพากษ์วิจารณ์เขาเรื่อยมา โดยเมื่อปีก่อน กลุ่ม ‘ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์’ ประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คนในเมืองดาเวา นับตั้งแต่ ดูเตร์เต เป็นนายกเทศมนตรี และเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์สืบสวนเรื่องนี้ ขณะที่ นายเบนิโญ อากีโน ที่ 3 ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ เคยออกมาระบุว่า ดูเตร์เต เป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย

พระสันตะปาปาฟรานซิส (ภาพ: AFP)

ฝีปากกล้าถึงขั้นด่าโป๊ป

ตลอดอาชีพนักการเมืองของดูเตร์เต เขากลายเป็นประเด็นในหน้าสื่อ และถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะคำพูดของเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่เป็นประเด็นใหญ่ระหว่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้คือ คำพูดที่เขาพูดในวิดีโอซึ่งได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ยูทูบ เกี่ยวกับเหตุการณ์ข่มขืน-ฆ่าหมอสอนศาสนา หรือมิชชันนารีหญิงชาวออสเตรเลีย ในเหตุจลาจลที่เรือนจำเมืองดาเวา เมื่อปี 1989

“ผมโมโหที่เธอถูกข่มขืน ใช่ นั่นคือเรื่องหนึ่ง แต่เธอเป็นคนสวยมาก ผมคิดว่านายกเทศมนตรีควรได้เป็นคนแรก น่าเสียดาย” ดูเตร์เต กล่าว โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตัวเขาคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ซึ่งคำพูดนี้ของเข้าเรียกเสียงประณามจากหลายฝ่าย ในช่วงแรก ดูเตร์เต ปฏิเสธไม่ขอโทษต่อคำพูดของเขา และบอกให้เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของฟิลิปปินส์ ให้ “หุบปาก” ด้วย หลังทั้งคู่ออกมาวิจารณ์สิ่งที่ดูเตร์เตบอกกว่าเป็น ‘มุขตลก’

แต่ ดูเตร์เต เคยแสดงให้เห็นว่าเขาก็สำนึกผิดเป็น โดยเมื่อปีก่อน เขาส่งจดหมายขอโทษถึงพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังจากเขาด่าโป๊ปว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้รถติด ระหว่างที่โป๊ปเสด็จเยือนในฟิลิปปินส์ เมื่อเดือน ม.ค. 2015

“เราได้รับผลกระทบจากรถติด เรารถติดตั้ง 5 ชั่วโมง ผมถามว่าทำไม พวกเขาบอกว่ามีการปิดถนน ผมก็ถามต่อว่าใครมา? พวกเขาตอบว่า โป๊ป ผมอยากจะโทรไปหาพระองค์แล้วบอกว่า โป๊ป (คำสบถ) กลับบ้านไปเสีย และอย่ามาหาเราอีก” ดูเตร์เต กล่าว โดยหลังจากดูเตร์เตส่งจดหมายขอโทษ พระสันตะปาปาก็ยอมรับคำขอโทษของเขา พร้อมทั้งอวยพรดูเตร์เตด้วย

โรดริโก ดูเตร์เต ถ่ายรูปคู่กับผู้สนับสนุน ระหว่างการหาเสียง (ภาพ: AFP)

มีปัญหาเรื่องผู้หญิง

นอกจากปัญหาเรื่องฝีปากแล้ว ดูเตร์เต ยังมีปัญหาเรื่องผู้หญิงอีกด้วย โดยเขาถูกครหาเรื่องการเกี้ยวพาราสีผู้หญิงระหว่างการหาเสียง รวมทั้งเคยมีผู้หญิงจำนวนมากผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ดูเตร์เตมีลูก 3 คนกับภรรยาคนแรก เอลิซาเบธ ซิมเมอร์แมน ก่อนที่ความสัมพันธ์จะจบลง และปัจจุบันเขามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันชื่อว่า เซลิโต อาบันเซนญา ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ฮันนีเล็ต แต่ ดูเตร์เต ยอมรับต่อสาธารณะอีกว่า เขายังมีแฟนอีก 3 คน

ดูเตร์เต ยังถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากมีภาพหลุดออกมาแสดงให้เห็นว่า เขากำลังจูบกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของเขาหลายต่อหลายคนระหว่างการหาเสียง ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีหลายกลุ่มในฟิลิปปินส์ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. โดยกล่าวหา ดูเตร์เต ว่าละเมิดกฎหมายปกป้องสิทธิสตรีของประเทศ

แต่ดูเตร์เตก็ยังเป็นดูเตร์เต เขาไม่ยี่หระต่อข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และบอกผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงว่า ให้สมาชิกกลุ่มสิทธิสตรีที่ยื่นคำร้องไปลงนรกเสีย เขายังอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าเขามีเสรีภาพในการแสดงออก และปฏิเสธไม่ได้ทำเหมือนผู้หญิงเป็นสิ่งของด้วย

ผู้สนับสนุนนายดูเตร์เต ชูมือระหว่างการหาเสียงครั้งสุดท้ายของเขาในวันที่ 7 พ.ค. (ภาพ: REUTERS)

แม้จะมีพฤติกรรมที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ ดูเตร์เต ก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ชาวฟิลิปปินส์ต้องการความเปลี่ยนแปลง คำสัญญาของดูเตร์เตที่ว่าจะปราบปรามการทุตริตคอร์รัปชัน กวาดล้างอาชญากรภายใน 6 เดือน เป็นสิ่งที่ผู้คนกำลังต้องการ หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกันว่า (ว่าที่) ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ผู้นี้ จะสามารถทำตามที่พูดเอาไว้ได้หรือไม่

Leave a comment