ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/216952
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดการรณรงค์ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักในการคุ้มครอง ป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ โดยมี เครือข่ายของ สค. องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง พม. ร่วมเดินรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.กล่าวเปิดงาน
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สังคมโลกได้พยายามผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติผ่านเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งหลายประเทศสามารถผลักดันให้เกิดกฎหมายที่คุ้มครองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจากการเลือกปฏิบัติได้ สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติ และได้มีความพยายามผลักดันกฎหมาย ด้านต่างๆ ที่เป็นรูปธรรม เช่น มีกฎหมายทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามและชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ การแก้ไขกฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราซึ่งขยายความคุ้มครองแก่บุคคลทุกเพศ ทุกสถานภาพ รวมไปถึงการกำหนดความผิดกรณีข่มขืนระหว่างคู่สมรส หรือการเปิดรับสมัครนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงของโรงเรียนนายร้อย เป็นต้น

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. และเครือข่ายภาครัฐและเอกชน
ร่วมรณรงค์เผยแพร่พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
“แต่การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศในสังคมยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเจตคติ หรือความเชื่อของสังคม เช่น เชื่อว่างานประเภทนี้หญิงทำได้แต่ชายไม่ควรทำ หรืองานประเภทนี้เหมาะกับชายมากกว่าหญิง และหลายครั้งการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่ได้รับสิทธิและโอกาสอย่างเป็นธรรมในสังคม”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวต่อไปว่าพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2558 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ถือเป็นกฎหมายที่มีความทันต่อสถานการณ์สังคม เป็นทางเลือกในการคุ้มครองและป้องกันสิทธิให้กับผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชนในสังคม และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน จะเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนผลักดัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคมในที่สุด
“พระราชบัญญัตินี้ ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ถูกกระทำ ให้สามารถใช้สิทธิเพื่อให้ได้รับการพิทักษ์คุ้มครองและป้องกันสิทธิของตนเองในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือ ห้ามแบ่งแยกห้ามกีดกัน ห้ามจำกัดสิทธิประโยชน์ ห้ามเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ และหากถูกเลือกปฏิบัติสามารถร้องมายังคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศให้วินิจฉัยได้ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า ถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจริงสามารถสั่งลงโทษและสั่งให้ชดเชยเยียวยาได้ โดยกฎหมายยังกำหนดให้มีกองทุนเพื่อนำเงินมาช่วยดูแลผู้เสียหายด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ดำเนินงานขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้ให้ความร่วมมือ โดยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์รวมทั้งระมัดระวัง ที่จะกระทำและไม่กระทำการอันใด ที่จะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ”

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. และเครือข่ายภาคเอกชน อาทิ นวลพรรณ ล่ำซำ ร่วมกิจกรรมรณรงค์
ด้าน นายเลิศปัญญา บูรณบัญฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงานรณรงค์วันนี้ คือเผยแพร่ให้ประชาชนในสังคมเข้าใจในเนื้อหาสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 และคุ้มครองป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของพ.ร.บ.ฉบับนี้ ควบคู่ไปกับการให้สังคมตระหนัก เรียนรู้ และปรับทัศนคติในการยอมรับในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศ และยอมรับในความหลากหลายทางเพศ บนพื้นฐานหลักสิทธิ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ประกอบกับในวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ (International Day Against Homophobia, Transphobia and Biphobia หรือ IDAHOT) โดยมีการเฉลิมฉลองวันดังกล่าวกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อสนับสนุนสิทธิของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และการขจัดการเลือกปฏิบัติ
“การบัญญัติ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 นี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์คุ้มครองเฉพาะกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกคน ทุกเพศ ในสังคม อันจะนำไปสู่สังคมเสมอภาค และความเท่าเทียมกันของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไป”
ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงมินิคอนเสิร์ต การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียม
ระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 การเสวนา “พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ใครได้ใครเสีย?” และการเดินรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558