ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/216564
19 พ.ค.59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงปลายเดือนนี้จะเน้นเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศให้มากที่สุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าปี 60 ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมาในแต่ละพื้นที่ และการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจะเป็นไปตามเกณฑ์การเก็บกักน้ำในอ่างฯ (Rule Curve) ที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากสภาพน้ำหลากล้นอ่างฯ อย่างรุนแรง จนทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำได้ ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ให้ใช้น้ำฝนเป็นสำคัญ โดยจะใช้ระบบและอาคารชลประทาน ที่มีอยู่ในการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า
“ฝนที่ตกมาในช่วงนี้จากพายุฤดูร้อน ทำให้ใจชื้นขึ้นว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนปกติ หลังจากที่ประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปี ซึ่งจะเห็นว่าจากช่วงกลางเดือนนี้มีฝนตกต่อเนื่องทุกภาคถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเพาะปลูกฤดูกาลผลิตใหม่ โดยกรมชลฯเตรียมพร้อมวางแผนที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในช่วงทำนาปีรอบแรก จะบริหารโดยใช้อาคารชลประทานทดน้ำฝนตกท้ายเขื่อนเข้าคลองชลประทานเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกอย่างทั่วถึง
ซึ่งในสัปดาห์นี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และช่วงหลังวันที่ 20 พ.ค.เป็นต้นไป กรมอุตุฯคาดว่าจะมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ สามารถเอื้ออำนวยในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรได้ปลูกข้าวนาปีเต็มพื้นที่ 54 ล้านไร่ โดยเป็นในเขตชลประทาน 16 ล้านไร่ และนอกเขต 38 ล้านไร่ อย่างไรก็ตามให้ชาวนารอฟังประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิวิทยา ว่าเข้าหน้าฝนแล้วค่อยลงมือทำเพื่อป้องกันความเสี่ยง”นายสุเทพ กล่าว
ทางด้านศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน ได้รายงานถึงปริมาณน้ำล่าสุดในเขื่อนขนาดใหญ่ ของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำใช้การได้ 282 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 3 เขื่อนสิริกิติส์ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 770 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 12 เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 198 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 22 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 228 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 24 รวมเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 1,478 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 8 มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 7.23 ล้านลบ.ม. ระบายออก 18.25 ล้านลบ.ม.ต่อวัน โดยทั้ง4 เขื่อนใหญ่ยังสามารถรับน้ำได้อีก 16,697 ล้านลบ.ม.
สำหรับสถานการณ์น้ำในภาพรวมทั่วประเทศปริมาตรน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง 33 แห่ง รวม 32,898 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 44 เป็นปริมาตร น้ำใช้การได้ 9,156 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 18 ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง จำนวน 27.98 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 60.08 ล้านลบ.ม.ต่อวัน สามารถรับน้ำได้อีก 41,956 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายน 2558 ถึง ปัจจุบัน ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯสะสม จำนวน 3,988 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายสะสม จำนวน 11,311 ล้าน ลบ.ม.