ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/217948
สวัสดีครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้คุยกันเรื่องการเตรียมนำสุนัขเดินทางโดยเครื่องบินในส่วนของการเตรียมตัวสัตว์ก่อนการเดินทางไปแล้ว วันนี้ เรามาคุยกันต่อถึงการเตรียมอุปกรณ์และเอกสารสำหรับสัตว์ รวมถึงข้อควรพิจารณาระหว่างเดินทางและหลังการเดินทางครับ
ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ และเอกสารเกี่ยวกับตัวสัตว์ให้ครบ เช่น
– กล่องเดินทาง หรือ Transport box ต้องมีขนาดกว้างเพียงพอให้สัตว์สามารถอยู่ได้อย่างสบาย กลับตัวได้ สภาพกล่องแข็งแรงและใช้การได้ดี สามารถปิดประตูกล่องได้เป็นปรกติ เพื่อให้แน่ใจว่าสัตว์ไม่สามารถเปิดออกเองระหว่างเดินทางได้ (แต่ละสายการบินอาจกำหนดขนาดของกล่องที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรศึกษาจากสายการบินนั้นๆ ด้วยครับ)
– เอกสารระบุตัวสัตว์ ชื่อและที่อยู่เจ้าของที่สามารถติดต่อได้ ซึ่งควรต้องติดไว้บนกล่อง หรือเตรียมใส่ซองหรือถุงรวมกันไว้ เพื่อความสะดวกในการรวบรวมและแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อความสะดวกและรวดเร็วครับ
– ขวดใส่น้ำดื่มชนิดแขวนกับประตูกรง ควรบรรจุน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะการขาดน้ำ dehydration เพราะเราไม่สามารถคาดเดาสภาพอากาศระหว่างการขนส่ง ทั้งก่อนขึ้นเครื่อง บนเครื่องบิน และหลังลงจากเครื่อง
ก่อนเดินทาง หากทำได้ควรจูงสัตว์ไปอึหรือฉี่ ก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อป้องกันการขับถ่ายเลอะเทอะในกล่องขนส่ง และโดยปรกติแล้ว เราควรงดการให้อาหารและน้ำอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เพื่อลดปัญหาการอาเจียนระหว่างการขนส่งด้วยครับ
หลังจากส่งสัตว์ให้เจ้าหน้าที่สายการบินแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของ “เจ้าหน้าที่สายการบิน” นั้นๆ แล้วล่ะครับ เจ้าหน้าที่ของแต่ละสายการบินก็จะต้องปฏิบัติตาม “มาตรการของสายการบิน” ในการดูแลขนส่งสัตว์ที่มีชีวิต (live animal transport) ตลอดการเดินทางอย่างเคร่งครัด ทั้งระหว่างรอขึ้นเครื่องและหลังเครื่องลงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างที่รอเจ้าของมารับหลังออกจากเครื่องแล้ว ต้องไม่วางสัตว์ตากแดด หรือในที่ไม่มีอากาศถ่ายเท ตลอดจนไม่วางไว้ใกล้เสียงเครื่องยนต์ดังๆ จนสัตว์ตื่นกลัวด้วย
การวางสัตว์ไว้ในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท หรือร้อนเกินไป (>40 องศาเซลเซียส) นั้น จะเป็นอันตรายกับสุนัขและแมวอย่างมาก เพราะระบบการระบายความร้อนออกจากร่างกายของสัตว์จะไม่ดีเท่ากับในคน อาจเกิด “ภาวะการเครียดจากความร้อน” (heat stress) และ“โรคลมแดด” (heat stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์เสียชีวิตได้ครับ
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะเครียดจากความร้อนหรือ heat stress นี้ ได้แก่ การมีประวัติการป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับความร้อนอยู่ก่อนแล้ว สุนัขแก่หรือเด็กเกินไป สภาวการณ์ทนความร้อนได้ต่ำโดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์ที่มีขนยาวและหนา สุนัขที่อ้วนกว่าปรกติ สุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและปอด สุนัขที่ป่วยด้วยฮอร์โมนไทรอยด์สูงกว่าปกติ (hyperthyroidism) สุนัขพันธุ์หน้าสั้น (brachycephalic) เช่น บูลด็อก เฟรนช์บูลด็อก บอสตันเทอร์เรีย และปั๊ก ภาวะการแห้งน้ำ/ขาดน้ำ หรือได้รับน้ำไม่เพียงพอ เป็นต้น
เมื่อได้รับสัตว์เลี้ยงของเราแล้ว ต้องตรวจดูว่าเป็นสัตว์ของเราถูกต้องหรือไม่ เพราะสัตว์อาจยังสะลึมสะลือ (จากฤทธิ์ของยา) อยู่ บางตัวอาจจะดีใจและตื่นเต้นมากกว่าปรกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของแล้วล่ะครับที่จะคอยปลอบโดยการใช้เสียงและการสัมผัสเพื่อให้เขาอุ่นใจขึ้น อย่าลืมตรวจสภาพของกรงว่ามีการเสียหายจากการกระแทกหรือไม่ และต้องสังเกตอาการสุนัขของเราด้วย ว่ามีการหายใจ การแสดงออก การเดินที่ผิดปรกติหรือไม่ หากมีความผิดปรกติต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และพาไปตรวจเช็คร่างกายต่อไปครับ
จะเห็นว่าในการจะพาสุนัขหรือแมวโดยสารทางเครื่องบินนั้นอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าวิธีอื่นๆ ดังนั้นก่อนที่เราจะพาเขาเดินทางโดยเครื่องแล้ว เราต้องตรวจดูสุขภาพของสัตว์เลี้ยงของเราให้ดี เตรียมเอกสารให้ครบ รวมถึงศึกษาข้อกำหนดหรือข้อจำกัดของแต่ละสายการบินอย่างเคร่งครัดด้วยครับ
