เผยมะเร็งระบบโลหิตไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/219223

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์โลหิตวิทยา โรงพยาบาลวัฒโนสถ เผยโรคมะเร็งระบบโลหิต ถ้ารักษาได้เร็วจะมีโอกาสหายได้ ภาวะแทรกซ้อนไม่มาก โอกาสที่โรคจะกลับเป็นซ้ำมีน้อยด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ผสานประสบการณ์ของแพทย์ ชี้หากพบอาการที่สงสัยจะเป็นโรคเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง มีเลือดออกตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปพร้อมกัน ทั้งเลือดออกตามไรฟันพร้อมกับเลือดกำเดาไหล หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต ควรพบแพทย์ทันที

ศ.นพ.สุรพล อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการศูนย์โลหิตวิทยา โรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่าปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตวิทยา มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันที่มีความรุนแรงและรักษาได้ยากเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งทั่วไป เพราะระบบเลือดเป็นระบบที่สำคัญของร่างกายรองจากปอดและหัวใจ ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

“โรคทางระบบโลหิตวิทยา หมายถึง โรคหรือความผิดปกติของเม็ดเลือด ไขกระดูก ระบบ reticulo-endothelial ต่อมน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งปัจจัยของการแข็งตัวของเลือด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มโรคเลือดที่เป็นมะเร็ง (Hematologic Malignancy) ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลิวคีเมีย (Leukemia), มะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma), มะเร็งไขกระดูกชนิดเอ็มเอ็ม (Multiple Myeloma) กลุ่มโรคเลือดที่ไม่ใช่มะเร็ง (Blood Disorder) ได้แก่ โลหิตจาง (Anemia)ต่างๆ เช่น ธาลัสซีเมีย(Thalassemia), โรคไขกระดูกไม่ทำงาน (Aplastic Anemia) โรคเลือดออกผิดปกติ เช่น เกล็ดเลือดต่ำจากภาวะ Autoimmune)และโรคฮีโมฟิเลีย กลุ่มโรคอื่นๆ ที่มีอาการทางเลือด เช่น ภาวะไตวาย ทำให้เกิดโลหิตจาง”

พญ.นุชนันต์ อารีธรรมศิริกุล แพทย์ด้านโลหิตวิทยา โรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่าโรคมะเร็งไขกระดูกมัยอีโลมา (Multiple Myeloma) เป็นโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่พบได้ประมาณ 15% ของมะเร็งทางโลหิตวิทยาทั้งหมด อุบัติการณ์การเกิดโรค 4 ต่อ 100,000 คนต่อปี มักพบในผู้ป่วยสูงอายุที่มีอายุอยู่ในช่วง 60-75 ปี เกิดจากการที่มีความผิดปกติของการแบ่งตัวเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในไขกระดูก ที่เรียกว่าพลาสม่าเซลล์ ในภาวะปกติพลาสม่าเซลล์จะมีหน้าที่สร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบลูลิน แต่เมื่อพลาสม่าเซลล์มีความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งไขกระดูกมัยอีโลมาจะทำให้มีความผิดปกติในการสร้างอิมมูโนโกลบลูลิน และทำให้โปรตีนบางชนิดที่เรียกว่า เอ็มโปรตีน เพิ่มขึ้นในร่างกาย ทำให้การทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องผิดปกติ นำไปสู่อาการที่พบบ่อยของโรค ได้แก่ ภาวะโลหิตจาง ภาวะไตเสื่อม กระดูกพรุนหรือกระดูกหัก และภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ในผู้ป่วยบางรายอาจพบก้อนเนื้องอกพลาสม่าเซลล์ ที่เรียกว่า พลาสม่าไซโตม่า มักพบบ่อยที่กระดูกสันหลังหรือกระดูกซี่โครง บางครั้งมีการกดเบียดไขสันหลังทำให้มีอาการปวดหลังหรือขาอ่อนแรง

อีกทั้ง การรักษาโรคมะเร็งไขกระดูกมัยอีโลมา ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การใช้ยาสมัยใหม่ ทำให้การรักษาได้ผลดี ทั้งด้านการตอบสนองดีขึ้น ผลข้างเคียงน้อยลง และทำให้อายุยืนยาวกว่าการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม และสำหรับในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 65 ปีและแข็งแรง ควรได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากตนเอง

ศ.นพ.สุรพล เสริมว่า วิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน มีแนวทางการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด โดยใช้เซลล์จากบิดามารดาหรือบุตรของผู้ป่วย ซึ่งมีความเข้ากันได้เพียงครึ่งเดียว เป็นทางเลือกในการรักษา ทำให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดได้ หรือในโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งไขกระดูกมัยอีโลมา สามารถใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวผู้ป่วยเอง โดยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจะถูกนำมาให้ผู้ป่วย (ผู้รับ) ทางสายสวนหลอดเลือดดำภายหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด ซึ่งในบางกรณีใช้การฉายรังสีรักษาทั่วตัวร่วมด้วย เซลล์ต้นกำเนิดจะเจริญเติบโต เพิ่มจำนวน และพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ ที่แข็งแรงในที่สุด

“การรักษาผู้ป่วยด้วยเทคนิคปลูกถ่ายไขกระดูกในโรคมะเร็งระบบเลือด ถ้าทำได้เร็วจะมีโอกาสรักษาหายได้ ภาวะแทรกซ้อนไม่มาก โอกาสที่โรคจะกลับเป็นซ้ำมีน้อย การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันให้ได้ผลดีควรปลูกถ่ายภายหลังบำบัดโรคจนสงบภายในครั้งแรก อาการที่สงสัยจะเป็นโรคเลือดและควรมาพบแพทย์ เช่น ภาวะโลหิตจาง มีเลือดออกตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป
พร้อมกัน เช่น เลือดออกตามไรฟันพร้อมกับเลือดกำเดาไหล หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น”

ทั้งนี้ ศูนย์โลหิตวิทยา โรงพยาบาลวัฒโนสถ เป็นโรงพยาบาลที่ให้การบริการและการรักษาผู้ป่วยโรคเลือดทุกชนิด โดยทีมแพทย์สาขาโรคเลือดอย่างเต็มรูปแบบประกอบด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทั้งโลหิตแพทย์ และแพทย์ที่ปรึกษาทุกระบบมีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน มีศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดและไขกระดูกที่สามารถรักษาผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก รวมทั้งมีการเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือดที่มีความปลอดภัย สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษา

Leave a comment