ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศรีสะเกษ’ ภูมิวิถีชนเผ่าและภาษาอีสานใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/221316

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะจากกระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดศรีสะเกษ

วิถีวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นเป็นต้นทุนทางสังคมที่ทำให้เกิดความรักท้องถิ่นของตนได้ฉันใด ย่อมเป็นเรื่องดีต่อการสร้างความภูมิใจฉันนั้น ทำให้ต่อยอดจนมองเห็นอนาคตที่จะต้องส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยววิถีไทยให้เกิดขึ้น อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปกับงานถนนวัฒนธรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ร่วมกับพื้นที่ส่งเสริมให้จัดขึ้นในหลายจังหวัด เดือนมิถุนายนนี้งานถนนวัฒนธรรมจัดขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางมิติวัฒนธรรมด้วยเป็นเมืองที่มีชนเผ่าดั้งเดิมอยู่ร่วมกัน จึงเป็นสีสันของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมวิถีวัฒนธรรมและภาษาในสังคมหรือพื้นที่เดียวกัน  ชนเผ่าในศรีสะเกษที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั้น มีชนเผ่ากูย  เขมร เยอ ลาว จีนและไทย โดยเฉพาะชนเผ่ากูยหรือส่วย นั้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย (พ.ศ.๒๒๔๕-๒๓๒๖) ชาวกูยมีถิ่นเดิมอยู่บริเวณตอนเหนือของเมืองกำปงธม  แล้วย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในบ้านเคาะโดยพื้นเพบรรพบุรุษสันนิษฐานว่า เดิมตั้งถิ่นฐานอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านตาฮีง เดิมนั้นเรียกว่าอาแดะ(บ้านหม้อ)จากการมีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นหลัก แม้หมู่บ้านนี้จะหายสาบสูญไปแล้วก็ยังเหลืองานปั้นเครื่องปั้นดินเผาในถิ่นอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันปัจจุบันพบชาวกูยในจังหวัดบุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ สาละวัน ทางตอนใต้ของลาวและอพยพข้ามลำน้ำโขงเข้าสู่ภาคอีสานทางด้านแก่งสะพือ อ.โขงเจียม ส่วนชนเผ่าเขมรถือเป็นคนเก่าที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนในศรีสะเกษตั้งแต่ครั้งยุคเขมรพระนคร (พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘) ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๔๕-๑๕๙๓) และพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ (พ.ศ. ๑๗๒๔-๑๗๖๑) โดยกษัตริย์เขมรนั้นได้เกณฑ์ชาวเขมร จากประเทศเขมรและชาวกวยในเขตอีสานใต้ให้เป็นผู้สร้างปราสาทและสร้างเมืองในเขตอีสานตลอดจนถนนหนทางจากนครธมไปยังเมืองต่างๆ จึงมีปราสาทอยู่จำนวนมากและ ชาวเขมรที่ถูกเกณฑ์แรงงานนั้นจึงตั้งหลักแหล่งอยู่ในแถบอีสานใต้ ปัจจุบันชาวเขมรได้ผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมชาวกวยจนเรียกเผ่าเขมรว่า “เขมรส่วย” และเรียกกลุ่มชาวกวยที่อยู่ใกล้กับลาว “ลาวส่วย” สำเนียงภาษาเขมรถิ่นไทยนั้นจึงมีการพูดกันอยู่ในบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และขยายต่อไปยังบางอำเภอของอุบลราชธานี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว

ชาวเผ่าต่างๆ ท่ี่มาร่วมงาน

นอกจากนี้ศรีสะเกษยังมีชนเผ่าอื่นอีกคือ ชาวเยอเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่แถบอีสานใต้และอีสานเหนือบางส่วน รวมถึงพื้นที่ทั้งฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงด้วย ชาวลาวที่เข้ามาตั้งหลักฐานในศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา ได้เผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมทางภาษา สามารถเข้าไปถึงชุมชนชาวพื้นเมืองที่เป็นชาวกวย เขมร และเยอ จนปัจจุบันภาษาลาวนั้นกลายเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารส่วนใหญ่ในศรีสะเกษ แต่ลาวบางพวกยังติดสำเนียงส่วย ที่ออกเสียงกลางเป็นเสียงตรี จึงมีแยกเรียกชาวลาวในจังหวัดอื่นว่า “ส่วยศรีสะเกษ” ส่วนชาวจีนในศรีสะเกษเกือบทั้งหมดเป็นจีนแต้จิ๋ว ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกัน ชาวจีนกลุ่มแรกมาอยู่ที่ศรีสะเกษ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ โดยเดินทางจากนครราชสีมาด้วยกองคาราวานเกวียน และบางกลุ่มด้วยการล่องเรือตามลำน้ำมูลมาขึ้นฝั่งที่เมืองราษีไศล แล้วเดินทางต่อด้วยเกวียนมาศรีสะเกษ ชาวจีนมีอาชีพค้าขายโดยเปิดร้านขายของ ดังนั้นไม่ว่าชนเผ่าใดไปเปิดร้านขายของแล้วจะถูกเรียกว่า เจ๊ก หมดไม่ว่าจะเป็นลาว ส่วย เยอ เขมร หรือไทยก็ตาม ถ้าเปิดร้านขายของในชนบทแล้วถูกเรียกว่าเจ๊กหมด ดังนั้นความหลากหลายจากชนเผ่าต่างๆในศรีสะเกษจึงทำให้มีวิถีวัฒนธรรมร่วมที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจนเป็นเสน่ห์แห่งชาติพันธุ์และภาษาที่น่าสนใจยิ่ง

การแสดงท่ี่หลากหลายวัฒนธรรม

ชนเผ่าต่างๆ ในศรีสะเกษ

ชาวกุยกับอาหาร

ชาวกูยยังติดหมากแบบโบราณ

ชาวกูยหรือส่วย

ชาวกูยหรือส่วย

ชาวเขมรศรีสะเกษ

ชาวเยอ

ชาวลาว

ภาษากูย

ลูกหลานชนเผ่ารุ่นใหม่

อาหารของชาวเยอ

Leave a comment