ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/220680
อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์
ในโอกาสที่ องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 20 มิ.ย.ของทุกปีเป็น “วันผู้ลี้ภัยโลก”ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และส่งต่อความเข้าใจและความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ประเทศไทย จึงได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 6 ฉลองวันผู้ลี้ภัยโลก ขึ้น
อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายระดมทุน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเทศไทย เปิดเผยว่า วันผู้ลี้ภัยโลก เริ่มประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือ UNHCR ได้รับเชิญจากรัฐบาลไทยให้เข้าดำเนินงานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ขณะนั้นเกิดวิกฤติผู้ลี้ภัยชาวอินโดจีนจากเหตุการณ์สงครามเวียดนาม หรือสงครามอินโดจีนส่งผลให้ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ลาว และเวียดนาม จำนวนมากหลั่งไหลเข้าประเทศโดยประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยดังกล่าวไว้
ดังนั้น และเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ตลอดจนทำความเข้าใจและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ทาง UNHCR จึงมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันผู้ลี้ภัยโลก 20 มิถุนายน ขึ้นในแต่ละปี โดยในปีนี้สถานการณ์วิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2
สำหรับประเทศไทย ปีนี้เราได้รับเกียรติจาก พระอาจารย์ ว.วชิระเมธี และ ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก ร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยผ่านคลิปประชาสัมพันธ์ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมเหล่าคนดังทั่วโลกกว่า 70 ท่าน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งแรกของภาคธรรมะและบันเทิงเพื่อเน้นย้ำถึงความรุนแรงของปัญหาผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้เรายังมีการจัดกิจกรรมเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 6 หรือ the 6th Refugee Film Festival 2016 ระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน 2559 ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและกลุ่มคนในความห่วงใยของ UNHCR โดยเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยได้จัดทุกปีในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 เป็นต้นมา เพื่อนำหนังที่น่าสนใจและไม่เคยเข้าฉายในประเทศไทย มาให้คอหนังคนไทยได้ชมกัน ซึ่งตัวเทศกาลมีผู้สนใจเข้าชมไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อปี
“ขณะนี้ปัญหาผู้ลี้ภัยกำลังกลายเป็นปัญหาด้านมนุษยธรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ปีนี้เป็นวิกฤติของผู้ลี้ภัยทั่วโลกตัวเลขสูงถึง 60 ล้านคนทั่วโลก ทุกคนสามารถเห็นได้จากข่าวสาร ซึ่งเรื่องราวของผู้ลี้ภัยที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเอาชีวิตรอด ความสูญเสีย รวมถึงความหวังและโอกาสในการลุกขึ้นยืนอีกครั้งเพื่อชีวิตใหม่ในอนาคตนั้น ได้ถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มผ่านหนังทั้ง 5 เรื่องที่เราได้คัดสรรมาให้ทุกคนได้รับชนกันในเทศกาลหนังผู้ลี้ภัยปีนี้ สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของเราสามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเพื่อจองบัตรร่วมชมภาพยนตร์ได้ที่ Facebook/UNHCR Thailand โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ”

ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ
ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ ผู้กำกับซิทคอมชื่อดัง กล่าวว่า ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในครั้งนี้หลายเรื่องเป็นภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลจาหลายเวที เช่น เรื่อง Slam Neighbor สารคดีจากเทศกาล The American Film Institute’s Annual Documentary Film Festival ที่สองผู้กำกับชาวสหรัฐอเมริกา ZachIngrasci และ Chris Temple ได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติให้เข้าไปทดลองใช้ชีวิตเป็นผู้ลี้ภัยในพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัย ซาทารี (Zataari) ประเทศจอร์แดน ซึ่งห่างจากเขตการสู้รบของซีเรียไม่ถึง 12 กิโลเมตร และถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ความหวังของผู้ลี้ภัยในพื้นที่ออกมาให้เราได้ชมกัน
“ส่วนตัวคิดว่าภาพยนตร์เป็นสื่อที่จะสามารถถ่ายทอดหรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมาให้ผู้รับชมเข้าใจได้ง่าย อีกทั้งภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยในครั้งนี้สร้างมาจากเรื่องจริง และเป็นปัญหาจริงที่เกิดขึ้นกับ ผู้ลี้ภัยกลุ่มคนที่หลายๆ คนมักจะคิดว่าเขาเหล่านี้คือภาระ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครอยากจากบ้านเกิดหรือถิ่นฐานของตัวเองมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ยากลำบาก หากไม่เพราะเหตุการณ์หรือปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ซึ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่ต้องรอคอยความหวัง ความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อีกทั้งมุกยังเชื่อว่าประโยชน์จากภาพยนตร์ที่นำเข้ามาฉายในครั้งนี้ จะสามารถให้แง่คิดที่หลากหลายและเปลี่ยนทัศนคติของพวกเราให้มองผู้ลี้ภัยเป็นดั่งเพื่อนมนุษย์ของเรา ที่ต้องการโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข”

