ประเทศที่ภูมิคุ้มกันพร่อง เอื้อผู้ก่อการร้ายแทรกซึม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย บวร โทศรีแก้ว 10 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659017

 

ฆ่าหมู่สยองขวัญ-ฝูงชนและสื่อมวลชนยืนดูรถหุ้มเกราะที่วิ่งสู่จุดเกิดเหตุ หลังหน่วยคอมมานโดบังกลาเทศบุกจู่โจมจับตายกลุ่มคนร้ายที่บุกโจมตีและจับตัวประกันในร้านอาหาร “โฮลีย์ อาร์ติซาน เบเกอรี่” (รูปเล็ก) ในกรุงธากา เมื่อ 2 ก.ค. ซึ่งตัวประกัน 22 คน และคนร้าย 6 คนเสียชีวิต (เอพี)

ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีเหตุ “ก่อการร้าย” ถี่ยิบผิดปกติในหลายพื้นที่ของโลก ส่วนใหญ่กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เจ้าเก่า อ้างความรับผิดชอบหรือถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง

ไม่ว่าจะเป็นเหตุโจมตีด้วยระเบิดและปืนที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบิน “อตาเติร์ก” ในนครอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 28 มิ.ย. มีผู้เสียชีวิต 45 ศพ เหตุโจมตีและจับตัวประกันในร้านอาหารในบังกลาเทศ เมื่อ 1-2 ก.ค. ซึ่งตัวประกันเสียชีวิต 22 ศพ คนร้าย 6 ใน 7 คนถูกหน่วยคอมมานโดจับตาย และเหตุระเบิดพลีชีพในรถบรรทุกกลางกรุงแบกแดดในอิรัก เมื่อ 3 ก.ค. มีผู้เสียชีวิตมโหฬารเกือบ 300 ศพ

จากนั้น 4 ก.ค. ในวันชาติสหรัฐฯ ก็มีระเบิดพลีชีพ 3 ครั้งซ้อนในซาอุดีอาระเบีย โดยที่เมดินา เมืองศักดิ์สิทธิ์อันดับ 2 รองจากนครเมกกะ เกิดระเบิดที่นอกมัสยิดนบี หรือ “อัล-มัสยิด อัล-นะบะวีย์” สถานที่ฝังศพศาสดามูฮัมหมัด ทำให้คนร้ายและ รปภ. 4 นายเสียชีวิต หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพที่ชุมชนชาวชีอะห์ที่เมืองคาติฟ และใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองจิดดาห์ คนร้ายเสียชีวิตและ รปภ. 2 นายบาดเจ็บ

ที่อินโดนีเซีย มีระเบิดพลีชีพที่หน้าสถานีตำรวจเมืองโจโล บนเกาะชวา บ้านเกิดประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ส่วนมาเลเซียยืนยันว่าเหตุโจมตีไนท์คลับในกรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วยระเบิดมือ เมื่อ 28 มิ.ย. ก็เป็นฝีมือกลุ่มไอเอส ก่อนหน้านั้น 13 มิ.ย. ก็มีเหตุโจมตีบาร์เกย์ “พัลส์” เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิต 50 ศพ รวมทั้งคนร้าย ซึ่งการโจมตีแทบทั้งหมดมุ่งเจาะ “เป้าอ่อน” (Soft targets) หรือเป้าหมายที่โจมตีได้ง่ายและยากป้องกัน อีกทั้งต้องการฆ่าหมู่คนให้มากที่สุด โหด เหี้ยมที่สุด โดยไม่สนใจว่าเหยื่อเป็นสตรีหรือ
ลูกเล็กเด็กแดง

สาเหตุที่การก่อการร้ายถี่ยิบผิดสังเกต อาจเป็นเพราะไอเอสในอิรักและซีเรียกำลังเพลี่ยงพล้ำ โดยเฉพาะต้องการตอบโต้ที่กองทัพอิรักยึดเมือง “ฟัลลูจาห์” คืนจากไอเอสได้ อีกทั้งอยู่ในช่วงสุดท้ายของเดือนถือศีลอดหรือ “รอมฎอน” ซึ่งพวกมุสลิมหัวรุนแรงต่อต้าน และไอเอสปลุกเร้าให้สมาชิกและแนวร่วมทั่วโลกลงมือในช่วงนี้

แต่ที่น่าขนพองสยองเกล้าและไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะโหดเหี้ยมได้ปานนั้น คือเหตุบุกจับตัวประกัน 12 ชม. ในร้านอาหาร “โฮลีย์ อาร์ติซาน เบเกอรี่” ในกรุงธากา บังกลาเทศ ซึ่งมีคนร้าย 7 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่มาจากครอบครัวร่ำรวยและเรียนในสถานศึกษาชั้นสูง คนหนึ่งเป็นถึงลูกชายของนายอิมติอัซ ข่าน นักการเมืองพรรคสันนิบาตอวามี พรรครัฐบาล และรองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกบังกลาเทศ

คนร้ายกลุ่มนี้สั่งให้ตัวประกันท่องคัมภีร์อัล กุรอาน ใครท่องไม่ได้จะถูกทรมานแล้วฆ่าทิ้ง และแทนที่จะยิงด้วยปืนกลับใช้มีดเชือดแทน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งชาวอิตาลี 9 คน ชาวญี่ปุ่น 7 คน

ชาวบังกลาเทศซึ่งมีประชากรกว่า 160 ล้านคน และเกือบ 90% เป็นชาวมุสลิม ตกตะลึงงุนงงสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ใน 2 ปีหลัง กลุ่มหัวรุนแรงคลั่งศาสนาจะก่อเหตุสังหารคนกลุ่มน้อยชาวคริสต์ ฮินดู นักวิชาการเสรีนิยม นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนรักร่วมเพศ และบล็อกเกอร์ฝ่ายแยกศาสนาจากการเมืองแล้วหลายสิบคน แต่มักเป็นการลงมือแบบเดี่ยวๆ และการก่อการร้ายที่ทำกันเป็นทีมและวางแผนล่วงหน้าอย่างดีเช่นนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น


ไว้อาลัย-ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่รัฐบาลและนายทหารระดับสูง ร่วมพิธีไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีร้านอาหาร “โฮลีย์ อาร์ติซาน เบเกอรี่” ที่สนามกีฬาในกรุงธากา เมื่อ 4 ก.ค. (เอพี)

ถึงกระนั้น รัฐบาลบังกลาเทศ ภายใต้การนำของชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีหญิง ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่า คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับไอเอส แต่คนร้ายเป็นสมาชิกกลุ่ม “จามาอีตุล มูจาฮีดีน บังกลาเทศ” (เจเอ็มบี) กลุ่มหัวรุนแรงภายในประเทศซึ่งถูกประกาศให้เป็นกลุ่มนอกกฎหมายเมื่อ 10 ปีก่อน

สาเหตุที่รัฐบาลยืนกรานปฏิเสธว่า ไม่มีไอเอสอยู่ในบังกลาเทศ อาจเป็นเพราะกลัวผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าและรองเท้าซึ่งเป็นรายได้หลัก ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจบังกลาเทศเติบโตถึง 6-7% ในปีหลังๆ

แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อาจมีกลุ่มหัวรุนแรงในบังกลาเทศลอบติดต่อเป็นสาขาหรือแนวร่วมของไอเอส เพราะสภาพแวดล้อมทางการเมืองเอื้ออำนวย เนื่องจากบังกลาเทศยังขาดประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลชีค ฮาสินา สั่งยุบและห้ามพรรค “จามาอัต อี-อิสลามี” พรรคอิสลามที่ใหญ่ที่สุดเข้าร่วมการเมืองกระแสหลัก

ผู้นำพรรคจามาอัตฯ ส่วนใหญ่ยังถูกจับหรือถูกประหารชีวิตในการพิจารณาคดีเมื่อไม่นานมานี้ ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและสมรู้ร่วมคิดกับปากีสถาน สมัยบังกลาเทศทำสงครามแยกเอกราชจากปากีสถานในปี 2514 รัฐบาลยังกวาดจับฝ่ายต่อต้านนับหมื่นคน อ้างว่าเพื่อกำจัดพวกหัวรุนแรงให้สิ้นซาก ซึ่งนั่นยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้ฝ่ายอิสลามและพวกหัวรุนแรง

ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคสันนิบาตอวามีของนายกฯ ชีค ฮาสินา กับ “พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ” (บีเอ็นพี) ของนางเบกุม คาเลดา เซีย ก็ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันมาดุเดือดยาวนาน และในปี 2557 พรรคบีเอ็นพีคว่ำบาตรการเลือกตั้ง หลังชีค ฮาสินา ไม่ยอมให้มีการตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลางขึ้นมากำกับดูแลการเลือกตั้งดังที่เคยปฏิบัติกันมา

ประเทศที่แตกแยกขัดแย้งรุนแรง ภูมิคุ้มกันภายในจะบกพร่อง อาจเปิดช่องให้กลุ่มก่อการร้ายอย่าง “ไอเอส” ฉวยโอกาสแทรกซึม จนอาจกลายเป็นฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายไปในที่สุด

และกว่าผู้นำจะยอมรับก็อาจสายเกินไป!

บวร โทศรีแก้ว

 

Leave a comment