ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/225908
วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
กุ้ยหลินเมืองไทย
ด้วยเหตุที่เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้จึงมีความสนใจ ด้วยเป็นสถานที่สร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้า และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติ เขื่อนนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปีพ.ศ.2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในปีพ.ศ.2531 โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2525 แล้วเสร็จเดือนกันยายน พ.ศ.2530

ซอกเขาที่เกิดขึ้นในอ่างน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ.2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” แทนชื่อ เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนนี้สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ณ บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดรวม 5 แห่ง มีความจุน้ำ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตรพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตรปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 315 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ำจากเขื่อนยังส่งต่อเพื่อประโยชน์ด้านเกษตรกรรมในบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำอีกด้วย

อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา
นับว่าเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ จากการที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นั้นน้ำจากเขื่อนได้เอื้อประโยชน์ต่อการเพาะปลูกพืช 100,000 ไร่ ของตำบลตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพิน ให้มีน้ำสามารถทำนาปรัง และปลูกพืชในฤดูแล้งได้ผลดี อีกทั้งยังบรรเทาอุทกภัยจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนในฤดูฝนเพื่อลดความรุนแรงจากสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ตอนล่างและยังแก้ไขน้ำเสียที่ปล่อยน้ำผลักดันน้ำเค็ม ให้สภาพน้ำที่มีปริมาณน้อยในลำน้ำพุมดวง-ตาปี ซึ่งในฤดูแล้งนั้นเกิดภาวะน้ำเน่าเสียได้ง่าย ด้วยบริเวณปากแม่น้ำมีน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาตามลำน้ำ น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนรัชชประภาจึงช่วยเจือจางน้ำเสียในลำน้ำและการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำของเขื่อนรัชชประภานั้นเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญทุกๆ ปีนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งเป็นจำนวนมากลงไปในอ่างเก็บน้ำ สามารถให้ผลผลิตทางด้านการประมงเฉลี่ยปีละ 300 ตัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่อีกทางหนึ่ง ภายในอ่างเก็บน้ำนั้นมีผืนน้ำที่สามารถล่องเรือเที่ยวไปในอ่างที่มีทิวเขาสลับซับซ้อน มีซอกภูเขา หน้าผาและยอดเขาที่กลายเป็นเกาะอยู่มากมาย ยอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมากมายนั้นเป็นทัศนียภาพงดงามตามธรรมชาติ มีความงดงามจนเปรียบกันว่าเป็น“กุ้ยหลินของเมืองไทย” บริเวณป่าเขาเหล่านี้ได้ถูกประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก เว้นเพียงพื้นที่น้ำในเขตทุ่นลอย รอบพระตำหนักเรือนรับรองที่ประทับ หน้าช่องระบายน้ำ และตลอดแนวสันเขื่อน นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

อ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน
ทุกวันนี้อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศพากันล่องเรือเที่ยวชม ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ที่มีความสวยงามและสงบร่มรื่นตามธรรมชาติจนดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันเดินทางมามากกว่า 70,000 คนต่อปี ถือเป็นภูมิประเทศที่มีธรรมชาติน่าสนใจมากและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ทิวทัศน์ภูเขาที่สลับซับซ้อน

จุดชมวิวเขื่อนรัชประภา

ล่องเรือเที่ยวในอ่างเก็บน้ำ

สะพานแขวนที่เขาพัง

ห้องควบคุมระบบไฟฟ้าและน้ำ

เกาะจากยอดเขากลางน้ำ

เรือนักท่องเที่ยวในอ่าง

แนวสันเขื่อน 1 ใน 5 แห่ง

โรงไฟฟ้าจากเขื่อนรัชชประภา
