ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/227679

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นข่าวอธิบดีกรมป่าไม้ “ชลธิศ สุรัสวดี” มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย “ไม่ร้ายแรง” 3 ข้าราชการสังกัด สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ของกรมป่าไม้ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกรณีเหตุลวนลามข้าราชการหญิงคนหนึ่งในสังกัดเดียวกัน ขณะเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างจังหวัด ซึ่งหลังเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแทนที่ผู้บังคับบัญชาจะช่วยปกป้องข้าราชการหญิงผู้เสียหาย แต่กลับสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และห้ามแจ้งความ โดยอ้างว่ากลัวทำให้กรมป่าไม้ เสื่อมเสีย
ผมไม่ทราบว่าคนที่อ่านข่าวนี้แล้วจะรู้สึกยังไงบ้าง
แต่สำหรับผม อดรู้สึกไม่ได้ว่า คำสั่งที่ออกมามันดูคล้ายกับ “อธิบดีกรมป่าไม้” ไม่ได้คิดจะปกป้องข้าราชการหญิงผู้เสียหายเอาเสียเลย
เพราะเมื่อคำสั่งของอธิบดีระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็นการสอบสวนวินัยที่ “ไม่ร้ายแรง” ก็ย่อมทำให้รู้สึกไม่ต่างไปจากการ “ล็อก” ผลการสอบสวนไม่ให้เป็นอื่น นอกจากความผิดทางวินัย“ไม่ร้ายแรง”
หรือเปรียบได้กับการ “ชี้นำ” ผลการสอบสวนที่จะออกมาในอนาคตนั่นเอง!
แม้คุณชลธิศจะอธิบายว่า สาเหตุที่ต้องออกคำสั่งมาเช่นนี้ เพราะเป็นข้อเสนอที่จากสำนักบริหารงานกลางกรมป่าไม้ ที่ดูแลเรื่องระเบียบวินัย ซึ่งถูกกำหนดกฎเกณฑ์มาจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ดังนั้นในเมื่อหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนดเอาไว้เป็นเช่นนี้ ผลจึงต้องออกมาเช่นนี้ แม้จะทำให้ขัดกับความรู้สึกของคนที่ได้รับทราบเรื่องนี้ก็ตาม
น่าเสียดายครับ ที่ตามข่าวคุณชลธิศไม่ได้อธิบายได้ว่าไอ้เจ้าหลักเกณฑ์ที่ว่าของ ก.พ. มันระบุไว้เช่นใด และเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่เกิดขึ้น มีตรงไหนที่บ่งชี้ว่าเป็นความผิดทางวินัยที่ “ไม่ร้ายแรง” บ้าง
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นหากพูดกันตาม “สามัญสำนึก” ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า “สามัญสำนึก” ของความเป็นคน พฤติกรรมการ “ลวนลาม”หรือ “คุกคาม” ทางเพศ ควรต้องถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง
นั่นไม่ใช่เพียงเพราะการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถนำไปสู่กรณีการ “ข่มขืน” ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยทุกวันนี้ จนมีคนต้องออกมาเดินชูป้าย “ข่มขืนเท่ากับประหาร” กันอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดเท่านั้น แต่การลวนลามและคุกคามทางเพศ ยังเท่ากับเป็นการ “ทำร้าย” ทั้งร่างกายและจิตใจให้กับผู้เสียหายจนบอบช้ำมานักต่อนักแล้ว
ผมไม่แน่ใจว่าคุณชลธิศจะรู้บ้างหรือเปล่าว่า ปัจจุบันนี้มี “ผู้หญิง”กี่คนแล้วที่ต้องตกอยู่ในความหวาดผวาสูญเสียสุขภาพจิต เพียงเพราะการถูกลวนลามทางเพศจากเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา
ดีไม่ดีเวลานี้ ข้าราชการหญิงคนนั้นก็กำลังตกอยู่ภายใต้ความรู้สึกเดียวกันนี้
ขอยืนยันครับว่า ความผิดเรื่องการคุกคามทางเพศ ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแวดวงข้าราชการ คนที่เป็น “ผู้บังคับบัญชา” จะต้องไม่ทำสิ่งที่เอื้อให้เกิดการปกป้อง “คนผิด” อย่างเด็ดขาด เพราะการกระทำเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างไปจากการสนับสนุนให้เกิดการกระทำซ้ำๆ และเกิดความผิดซ้ำซากนั่นเอง
และที่สำคัญ ย่อมไม่ต่างไปจากการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคน และศักดิ์ศรีของข้าราชการให้ดิ่งลึกจมดินลงไปอีก
ความเลวร้ายแบบนี้ อย่าต้องให้มันเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกเลยครับ อะไรที่ทบทวนได้ก็ควรต้องทบทวน
มะลิลา