ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ส.ค. 2559 10:10
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/680368

โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อาจต้องปิดสายการผลิตเครื่องบินโดยสารแบบจัมโบ้เจ็ต โบอิ้ง 747 ของตัวเองลงในปี 2019 หากไม่สามารถหายอดสั่งซื้อเพิ่มได้ โดยเป็นผลจากตลาดเครื่องบินใหญ่และแอร์คาร์โก้ชะลอตัว…
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อาจต้องปิดสายการผลิตเครื่องบินโดยสารแบบจัมโบ้เจ็ต โบอิ้ง 747 ของตัวเองลง หลังจากที่ไม่สามารถหายอดสั่งซื้อเพิ่มได้ เพราะความต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่ลดลง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาแพงกว่าเดิม
โบอิ้งประกาศเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2559 ที่ผ่านมา ว่าหากไม่มียอดการสั่งซื้อเพิ่มเติมเข้ามาอย่างเพียงพอ อาจทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง เพื่อลดความเสี่ยงที่มีสาระสำคัญ ที่เป็นเหตุผลให้ต้องปิดสายการผลิตของ 747 ลง โดยโบอิ้งปฏิเสธที่จะเพิ่มกำลังการผลิตโบอิ้ง 747 จากเดิม 1 ลำ ต่อเดือนจนถึงปี 2019 หลังจากที่คงกำลังการผลิตไว้ตั้งแต่เดือน ก.ย.ปี 2015

นายเดนนิส มูเลนเบิร์ก ประธานบริหารโบอิ้ง กล่าวว่า เราตัดสินใจที่จะลดกำลังการผลิต และความคาดหวังในแผนงานของโบอิ้ง 747 ในอนาคตลง และตั้งสมมติฐานรายได้ทางบัญชีไว้ต่ำที่สุด จากความอ่อนแอของตลาดเครื่องบินขนสินค้า หรือ แอร์คาร์โก้ ในขณะนี้ แม้จะมีความท้าทายอย่างต่อเนื่องในตลาดของเครื่องบินขนสินค้า โบอิ้งยังคงเห็นว่า โบอิ้ง 747 มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อลูกค้าในระยะยาว
สำหรับรุ่นล่าสุดของโบอิ้ง 747 คือ รุ่น 747-8 ที่มีการใช้งานในสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ลุฟท์ฮันซ่า แอร์ไชน่า และอีกหลายๆ สายการบิน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ ของเครื่องบินโดยสารแบบ 2 ชั้น ที่เริ่มบินครั้งแรกเมื่อปี 1969 ทำให้ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางทางอากาศ ที่มีจำนวนผู้โดยสารมากๆ ในคราวเดียว
อย่างไรก็ตามโบอิ้งไม่ได้เป็นผู้เดียวที่ได้รับผลกระทบต่อการหดตัวของตลาดเครื่องบินขนาดใหญ่ แอร์บัส ที่เป็นคู่แข่งจากยุโรป ก็ได้รับยอดการสั่งซื้อที่น้อยเช่นกัน โดยกำลังการผลิตเครื่องบิน รุ่น แอร์บัส เอ380 ลดลงเหลือ 12 ลำต่อปี จนถึงปี 2018 จากเดิม 27 ลำต่อปี ในปี 2015.
ที่มา traveller.com.au