ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย คุณนิติ นวรัตน์ 5 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681241

ผู้อ่านท่านถามว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 คุณลุ้นใคร?
ขอตอบอย่างไม่ปิดบังว่า ผมลุ้นฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครของพรรคเด็มโมแครต เหตุผลที่เชียร์อย่างแรกเลยก็คือ นางคลินตันสั่งสมประสบการณ์ด้วยการผ่านงานสำคัญระดับชาติและระดับโลกมาหลายประเภท ทั้งการเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง สมาชิกวุฒิสภา และรัฐมนตรีต่างประเทศ
อย่างที่สองก็คือ ความมุ่งมั่น เมื่อ 8 ปีที่แล้ว นางคลินตันลงแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนพรรคไปสมัครประธานาธิบดี เมื่อแพ้นายโอบามา เธอก็อดทนรอนานถึง 8 ปี และกระโจนเข้าไปรับใช้รัฐบาลของนายโอบามาในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศโดยไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ว่าเป็นคู่แข่งเก่าที่เคยโจมตีห้ำหั่นกันมาบนเวทีหาเสียง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอดีตจะต้องเป็นชายผิวขาว จนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาก็ได้ประธานาธิบดีผิวสีเป็นคนแรก นี่คือแนวโน้มใหม่ของโลกที่ควรจะเป็น ต้องไม่มีการแบ่งแยกผิวสี เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ ฯลฯ
หากนางคลินตันเป็นประธานาธิบดีในครั้งนี้ ก็เป็นสิ่งตอกย้ำว่าคนของชาติมหาอำนาจไม่แบ่งเพศแล้ว แม้ว่าจะมีข่าวตำรวจผิวขาวยิงคนผิวสีอยู่บ้างในสหรัฐฯก็ตาม แต่ถ้าตำแหน่งบริหารสูงสุดของประเทศทำเป็นตัวอย่างด้วยการไม่แบ่งเพศ ในอนาคตเรื่องการเลือกปฏิบัติก็จะจางไป
พรรคเด็มโมแครตไม่ใช่แต่เพียงพูด แต่ปฏิบัติให้เห็นด้วยการส่งผู้สมัครสตรีไปแข่งเป็นประธานาธิบดี
หรืออย่างเมื่อ 1 สิงหาคม 2559 รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากพรรคเด็มโมแครต ก็เป็นประธานจัดงานแต่งงานให้กับคู่เกย์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวในบ้านพักประจำตำแหน่งซึ่งอยู่ที่ศูนย์หอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐฯ แถมยังทวีตแสดงความยินดี และแพทย์หญิงจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขสองของสหรัฐฯ ก็ยังทวีตข้อความว่า รักคือรัก
การเป็นประธานาธิบดีของนายโอบามา+การได้เป็นตัวแทนพรรคเด็มโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของนางคลินตัน+การเป็นประธานงานแต่งงานคู่เกย์ของรองประธานาธิบดีไบเดน ฯลฯ ทำให้ผมชื่นชมพรรคเด็มโมแครตและเชียร์นางคลินตันอย่างออกหน้าออกตา ให้ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
แต่ละวัน ผมได้รับอีเมลสอบถามทัศนคติเยอะ หลักใหญ่ใจความของคำตอบของผมก็คือ ผมยึดมาตรฐานสากลของการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มใหม่ของโลก อย่างเช่น เรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยแต่เรื่องแสวงหาอำนาจ ว่าจะให้สหรัฐฯมีอำนาจเหนือกว่าประเทศอื่น และกีดกันผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่นางคลินตันกลับปราศรัยว่า “เราจะไม่แบนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เราจะร่วมมือกับชาวอเมริกันทุกคน และพันธมิตรของเราเพื่อต่อสู้และเอาชนะการก่อการร้าย”
ผมชอบนักการเมืองจากพรรคเด็มโมแครตในเรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ถ้าติดตามการปราศรัยหาเสียงของนางคลินตัน จะพบว่าหลายครั้งที่เธอพูดว่า “การกีดกันแรงงานต่างด้าวที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม การปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างครอบคลุมจะช่วยสร้างการเติบโตและเศรษฐกิจของเรา และทำให้ครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และนั่นคือสิ่งถูกต้องที่ควรจะทำ”
ที่ประทับใจที่สุดก็คือ คำพูดของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคนผิวสี นางมิเชล โอบามา ที่เธอพูดว่า…
“ทุกเช้า ฉันลืมตาขึ้นมาในบ้านที่สร้างจากแรงงานทาส ฉันมองลูกสาวทั้งสองที่น่ารักและฉลาด ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงผิวดำที่กำลังเล่นกับสุนัขในสวนของทำเนียบขาว”
“ฮิลลารี คลินตันทำให้ลูกสาวของฉันและลูกหลานของพวกเราเข้าใจโดยทั่วกันว่า ผู้หญิงก็สามารถเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้”
ประเทศไทยของเราก็เช่นกันครับ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป เราต้องช่วยกันคนละไม้ คนละมือ พยายามปรับมาตรฐานประเทศของเราให้เป็น “สากล” โดยที่ไม่ลืมรากฐานจิตวิญญาณดั้งเดิมของบรรพบุรุษ อย่างที่ผมเคยเรียนรับใช้ว่า “วิญญาณไทย ใจสากล ตัวตนเทคโนโลยี” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองการปกครอง การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ
ทุกเวลานาทีที่ประเทศของเรากระดิกพลิกตัวเคลื่อนไปข้างหน้า เราต้องอย่าให้ประเทศของเราตก “มาตรฐานโลก” ครับ.
“คุณนิติ นวรัตน์”
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand