ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/230711
วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะ ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เล่าเรื่องแม่” เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตร สืบเนื่องจากนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี ประธานคณะอนุกรรมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 กล่าวว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยทรงเป็นพระแม่เจ้าของแผ่นดิน ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ในฐานะคู่พระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบท ทั่วทุกภูมิภาคและทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรได้อยู่อย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการบำเพ็ญพระราชกิจ เช่น การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการแพทย์สาธารณสุข และยังทรงพระเมตตาไปถึงประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ชาวกัมพูชาที่อพยพลี้ภัยเข้ามาพึ่งพระบรมมีในแถบจังหวัดตราด จันทบุรี และปราณบุรีด้วย พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจึงยกย่องและชื่นชมในพระบารมีทั้งในราชอาณาจักรและในต่างประเทศ ส่วนในพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับรัฐสภาได้เสด็จพระราชดำเนินมายังสภาเพื่อทรงปฏิญาณพระองค์และได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสมบูรณ์

ในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “เล่าเรื่องแม่” ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้กรุณาเล่าถึงการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินาถ ในฐานะทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” ว่า “ในการทรงงานเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่างๆ ประชาชนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุจะเรียกสมเด็จพระราชินีฯ ว่าแม่ จนครั้งหนึ่งทรงมีพระราชดำรัสว่า …เป็นพระราชินีตั้งแต่อายุ 17 ไปที่ไหน แม้แต่อายุ 17-18 ประชาชนก็ยังเรียกคุณแม่ ทีแรกก็ตกใจ เอ๊ะ…คนเรียกเราดูเขาแก่กว่าเรา ทีหลังก็สำนึกได้ว่า คำว่าแม่นี้เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่สุด การที่ใครเรียกคนคนหนึ่งว่าแม่ บุคคลที่ถูกเรียกจะต้องคิดและสำนึกในเกียรติยศอันนี้ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด… ด้วยทรงตระหนักในข้อนี้ประกอบกับต้องการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในดูแลความเป็นอยู่ของพสกนิกร สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงทรงไม่เคยย่อท้อ เวลาทรงงานอย่างที่เราเห็นกันในข่าวเวลาเสด็จฯไปในพื้นที่ห่างไกลก็ทรงใช้ศาลาวัดบ้าง ถ้าไม่มีศาลา ก็ให้กางเต็นท์กลางทุ่งนา โต๊ะทรงงานก็เป็นโต๊ะเตี้ยๆ ประทับนั่งกับพื้น ไม่เพียงแต่รับสั่งถามสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้าน แต่ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าจะช่วยชาวบ้านให้เลี้ยงชีพจากงานศิลปะได้อย่างไร จนเกิดเป็นศิลปาชีพอย่างทุกวันนี้ ที่รับเอาลูกหลานชาวนายากจน ให้มาเรียนงานศิลปะต่างๆ ในวังสวนจิตรลดา จนกลายเป็นช่างฝีมือชั้นครู ทรงส่งเสริมอาชีพที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่แล้ว อย่างที่เห็นได้จาก ผ้าไหมไทย เครื่องจักสานย่านลิเภา งานหัตถศิลป์ที่เกือบสูญหายก็ด้วยพระเมตตาทำให้งานหัตถศิลป์เหล่านี้ยังคงอยู่คู่ประเทศไทยและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน หรืออย่างชาวไทยภูเขาก็ทรงส่งเสริมเรื่องผ้าปัก ผ้าทอ เครื่องเงิน เผื่อไม่เขาทำไร่เลื่อนลอย บุกรุกทำลายป่าและขอให้เขาช่วยดูแลป่าต้นน้ำ และในทุกครั้งที่เสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร ทรงเข้าพระทัยดีว่าชาวบ้านบางคนมาไกลก็จะทรงให้ตั้งโรงครัวพระราชทาน มีหน่วยแพทย์พระราชทานไปตรวจสุขภาพประชาชนด้วย รายใดที่อาการหนักก็จะทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นต้น


ทั้งนี้ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 “7 รอบ พระชนมพรรษามหาราชินี รัฐสภาถวายราชสดุดี คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน” ที่จัดแสดง ณ บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559
