ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/231857
วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สวพ.8 กรมวิชาการเกษตร หนุนจัดตั้งชุมชนต้นแบบการปลูกพืชโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง ได้น้อมนำพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักปรัชญาคำสอนเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานมาประยุกต์ใช้ในการผลิตพืชให้เป็นรูปธรรมสำหรับแนะนำเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสันติสุข และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
นายอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 8 เปิดเผยว่า สวพ.8 โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง ได้ดำเนินโครงการจัดตั้งชุมชนต้นแบบการปลูกพืชโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มจากการคัดเลือกชุมชนและเกษตรกรที่เกิดจากงานวิจัยและพัฒนาระบบการปลูกพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนต้นแบบจังหวัดพัทลุง ในพื้นที่บ้านลำ ม.7 ต.ร่มเมือง อ.เมือง จ.พัทลุง ในปี 2556 จนประสบความสำเร็จจึงขยายผลไปยังชุมชนใกล้เคียง ได้แก่ ม.9 ต.ร่มเมือง อ.เมือง และ ม.6 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ซึ่งทางผู้นำชุมชนมีความสนใจและได้เห็นความสำคัญในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชน โดยผู้นำชุมชนได้คัดเลือกลูกบ้านด้วยตนเอง จากผู้ที่มีความสนใจและตั้งใจที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งการดำเนินการในชุมชนต้นแบบการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และผลิตพันธุ์พืชจะแบ่งเป็น 9 กลุ่ม ดำเนินการตามแนวทาง 4 เสาหลักสู่ความพอเพียง ประกอบด้วย 1.หัวใจพอเพียง 2.การผลิตพืช 9 กลุ่มพอเพียง 3. ภูมิปัญญาภิวัฒน์พอเพียงและ 4. ดำรงชีพพอเพียง

นายธนวัฒน์ เสนเผือก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง อธิบายเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1.กิจกรรมหัวใจพอเพียง 1.1.จะจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้เกษตรกรศึกษาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศึกษาหลักการทรงงานเพื่อนำมาเป็นหลักการปฏิบัติ 1.2เกษตรกรพัฒนาไร่นา เป็นการพัฒนาทักษะการปลูกพืชและพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำผ่านกระบวนการเวทีวิจัยสัญจร 1.3 เกษตรกรมีส่วนร่วมอาสาพัฒนาการปลูกพืชของชุมชน 2.กิจกรรมการผลิตพืช 9 พืชผสมผสานพอเพียง หลังจากประชุมชี้แจงโครงการให้กับเกษตรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่ ศวพ.พัทลุง สำรวจสภาพการปลูกพืช 9 พืชผสมผสานก่อนพัฒนา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชรายได้ ได้แก่ ยางพารา ไม้ผล ถั่วหรั่ง ถั่วลิสง พืชอาหาร เช่น ขมิ้น ข่า ตะไคร้ผักบุ้ง พริก มะละกอ เป็นต้น พืชอาหารสัตว์ เช่น หญ้าพันธุ์ต่างๆ โดยชุมชนมีแผนในการพัฒนา 9 พืชผสมผสาน ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจและสัมภาษณ์การปลูก 9 พืชผสมผสานในครัวเรือน จำนวน 60 ครัวเรือน พบว่า เกษตรกรต้องการปลูกพืชอาหารมากที่สุด ได้แก่ มะเขือ พริก มะนาว สะตอ ชะอม มะกรูด และผักหวาน จึงดำเนินการเพาะพันธุ์พืชในชุมชนจำนวน 3,860 ต้น 3.กิจกรรมด้านภูมิปัญญาภิวัฒน์พอเพียง จากการวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาในการผลิตพืชเศรษฐกิจ พบว่า เกษตรกรประสบปัญหากระบวนการผลิตพืชหลายชนิดแต่ที่พบมากที่สุด คือ ถั่วหรั่งและถั่วลิสง เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้เรื่องการผลิตถั่วลิสงและถั่วหรั่ง วิธีการปลูก การดูแลรักษาและวิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วหรั่งและถั่วลิสง เนื่องจากเมล็ดพันธุ์มีราคาแพงประมาณ 50-100 บาท/กก. เกษตรกรต้องการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุงจึงจัดอบรมเกษตรกร เรื่องเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วหรั่งและถั่วลิสงเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ หลังจากนั้นดำเนินการปลูกตามวิธีการของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 60 ไร่แบ่งเป็นถั่วหรั่งจำนวน 30 ไร่และถั่วลิสงจำนวน30 ไร่ ซึ่งในการปลูกถั่วลิสงปลูกด้วยเมล็ดที่มีความงอกมากกว่า 75% อัตราปลูก 17-18 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะปลูก 50X20 เซนติเมตร จำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุม หลุมลึก 10 เซนติเมตร จะได้32,000-48,000 ต้นต่อไร่ ส่วนถั่วหรั่งใช้เมล็ดพันธุ์ที่กะเทาะเปลือกแล้ว 4-5 กิโลกรัม/ไร่ ระยะปลูก 60×60 ซม. จำนวน 2 ต้น/หลุม ปลูกโดยใช้ไม้กระทุ้งเป็นหลุมแล้วหยอดเมล็ด 2-3 เมล็ด แล้วปิดหลุม ซึ่งผลผลิตถั่วหรั่งและถั่วลิสงจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในชุมชนต่อไป

4.กิจกรรมด้านดำรงชีพพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผลความมีภูมิคุ้มกัน มีความรอบรู้ มีหลักคุณธรรม ขั้นตอนการพัฒนา คือ วิเคราะห์ระดับความพอเพียงในการดำรงชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงแต่ละด้าน วิธีการสำรวจข้อมูลการดำรงชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลการดำรงชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เก็บข้อมูลตัวแปรวัดความพอเพียงในการผลิตพืชก่อนเข้าร่วมโครงการและหลังเข้าร่วมโครงการ 5.จัดเวทีวิจัยสัญจร เป็นการจัดประชุมพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญา ประสบการณ์ ระหว่างเกษตรกรกับเกษตรกรและนักวิจัย ซึ่งจะจัดประมาณเดือนละครั้งหมุนเวียนกันไปในพื้นที่ไร่นาเกษตรกรแต่ละราย และให้เกษตรกรเป็นเจ้าภาพ จากการจัดเวทีวิจัยได้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการปลูกพืชอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เกิดจากแรงกระตุ้นที่ได้เห็นแบบอย่างจากเวทีวิจัยสัญจรที่บ้านเกษตรกรรายอื่นๆ และแรงกระตุ้นจากการจะต้องเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับการศึกษาดูงานของสมาชิก และการจัดเวทีวิจัยได้ทำให้เกิดการพัฒนาการดำรงชีพ คือ ได้เพิ่มทุนทางสังคม เพิ่มทุนมนุษย์ เกิดวัฒนธรรมดีงามในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ร่วมกันวิเคราะห์วางแผนประเมินผลได้ผลเสียในการผลิตพืช และเกิดการสร้างเครือข่ายทางสังคม “การจัดเวทีวิจัยสัญจร” เป็นวิธีที่ได้ผลสัมฤทธิ์สูงกว่าการอบรมเชิงบรรยายที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากความรู้ถูกถ่ายทอดจากเกษตรกรสู่เกษตรกรด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ศวพ.พัทลุง ร่วมกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จัดเวทีวิจัยสัญจรแล้ว โดยผ่านกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้ 1.“ของฝากจากเพื่อนบ้าน” เพื่อรื้อฟื้นวัฒนธรรมการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 2.“เรื่องเล่าจากเจ้าของบ้าน” เพื่อการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 3.“การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ภูมิปัญญาการทำการเกษตร” เพื่อการศึกษา เรียนรู้ แบ่งปันภูมิปัญญาความรู้ ประสบการณ์ 4.“การสาธิตความรู้วิชาการ”
