เกษตรบูรณาการ : เขาบอกว่า มันเป็นเรื่องเดิมๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231467

251598

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ต้องบอกว่าเรื่องที่มาแรงในต้นสัปดาห์นี้ที่สังคมกระทรวงเกษตรฯจับตามองเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น อังคารนี้จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีการเกษียณอายุราชการ ในครั้งเดียวของข้าราชการระดับ 10 กว่า 13 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าเป็นเลขลัคกี้นัมเบอร์ ส่วนจะเป็นใครไปนั่งตรงไหน วันนี้ต้องบอกว่าที่ผ่านมาคงมีรายชื่อแพลมให้เห็นไปแล้วบางส่วน ส่วนใครจะลุ้นใครไปนั่งตรงไหน ก็ว่ากันไป

แต่ที่แน่ๆ งานนี้ว่ากันว่า มีตำแหน่งที่ว่างลงไป ในส่วนอธิบดีกรมต่างๆ กว่า 5 ตำแหน่ง ซึ่งก็มีกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และหน่วยงานสุดท้ายคือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือส.ป.ก. และแถมอาจมีพ่วงท้ายอีก คือ กรมพัฒนาที่ดิน  และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  อันเกิดจากเรื่องบางเรื่องที่ส่งผลให้เขาเหล่านั้นไม่ได้ไปต่อ

มาว่าตัวอย่างบางตอนแต่ละกรมที่เกษียณอายุราชการไป ล้วนเป็นกรมที่สำคัญ แต่คนที่ไปทำงานจากนี้ไปต้องดูว่ามันสำคัญแค่ไหน มาเริ่มจากกรมฝนหลวงฯ กรมนี้อธิบดีเกษียณอายุราชการลงเช่นกัน ว่ากันว่ากรมนี้ ที่ผ่านมา เงียบๆ แต่คนวงในบอกว่าไม่เงียบนะขอรับ มีหลายเรื่องที่แฝงไว้ ให้จับตามองเพราะกรมนี้งบประมาณที่ใช้ในภารกิจฝนหลวงมหาศาลไม่น้อย  โดยเฉพาะเรื่องของการซ่อมเครื่องบิน จัดซื้อเครื่องบิน  และสารฝนหลวง

มาอีกกรมคือกรมปศุสัตว์ ถึงวันนี้ ต้องบอกว่า เป็นอีกแหล่งที่น่าจับตามองเช่นกัน เพราะกรมนี้ดูด่านกักกันสินค้าด่านตัวสัตว์ ว่ากันว่าที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้ใครบางคนเป็นกอบเป็นกำเพียงแต่กรรมยังตามไม่ทันก็เท่านั้น ส่วนใครเป็นใครในขบวนการ คงต้องตรวจสอบกันไป แต่ที่แน่ๆ ต้องบอกว่าอีกยาว ซึ่งงานนี้ การเลือกใครไปต้องดูให้ชัดเจนเช่นกัน ตามมาอีกกรม คือหน่วยงาน ส.ป.ก.งานนี้ต้องบอกว่า การเลือกคนทำงานหากว่ากันไปถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่รัฐมนตรีฉัตรชัยต้องคิดให้ลึกเพราะเรื่อง ส.ป.ก. หากไม่ดีจริงและทำงานจริงจัง คงยากที่จะสางต่อได้ ที่สำคัญเผลอๆ นอกจากสางงานต่อไม่ได้อาจเข้ามากลบขี้ของตนเองที่เคยทำเอาไว้ แต่ปางก่อนอาจเป็นได้…ต้องระวัง เอาพอหอมปากหอมคอ เรื่องการโยกย้าย

มาเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องน่าเศร้าของผู้ปกครอง ต้องพูดอย่างงั้นจริงๆ เมื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงการสุ่มตรวจคุณภาพนมโรงเรียนปี’59 พบว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 8.5  แต่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” ในฐานะคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์มิลค์บอร์ด ดันมาบอกว่า เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และเป็นเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เก็บตัวอย่างสุ่มตรวจตั้งแต่ปี’55-58 แต่อนิจจา มันเป็นเรื่องใหม่ขอรับ วันถัดมา ปลัดฝนจึงอ้อมแอ้มบอกกำลังให้ตรวจสอบ ทำให้เห็นชัดเจนว่าที่ผ่านมาเรื่องนี้ “ลูบหน้าปะจมูก ไปวันๆ จริงๆ” จากนี้ไปถ้าคิดเป็นคงรู้นะครับว่า นมโรงเรียนใครจะกล้าเสี่ยงให้ลูกๆ กิน สาธุถ้าเป็นไปได้ อยากให้เจอกับลูกหลาน ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงเกษตรฯจริงๆ มันจะได้รู้สึกเสียทีว่ามัน…….แค่ไหน

ราชดำเนิน

Leave a comment