ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/233633
วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.23 น.
4 ก.ย.59 นายโอภาส กลั่นบุศย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง ว่า เดิมสภาพพื้นที่ของ จ.ระยอง – จ.ชลบุรี เป็นสภาพป่าที่ถูกทำลาย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ขาดแหล่งน้ำ ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร และประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ รายได้ลดลง ประกอบกับถูกอิทธิพลของนายทุนขยายเขตการเป็นเจ้าของที่ดินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติได้
เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระราชดำริว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ สามารถส่งน้ำมายังพื้นที่ดังกล่าวได้ และทรงแนะนำให้จัดเป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร พระราชทานทรัพย์ที่พระราชทานมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 3 ล้านบาท และมีผู้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายคอกม้า คอกสุกร และคอกแกะ สร้างไว้ในศูนย์กลางการพัฒนา

จึงได้มีการดำเนินการ จัดตั้งโครงการดักล่าวขึ้น มาตั้งแต่ปี 2523 ภายใต้ชื่อ “ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง – ชลบุรี” โดยมีหน่วยงาน ร.21 รอ.ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี เป็นผู้ประสานงานหลัก และมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานสังกัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ และมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ต่อมาปี 2544 หน่วยงาน ร.21 รอ.ได้ถอนตัวเพื่อปฏิบัติภารกิจอื่นๆ และมีการมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่โครงการฯ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นผู้ประสานงานโครงการฯ การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งปี พ.ศ.2554 ได้ทรงรับและจัดตั้งและใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง” เป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดฉะเชิงเทราจนกระทั่งปัจจุบัน

ทั้งนี้ วันที่ 14 ก.ค.2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมศูนย์กลางการพัฒนาการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกรายแห่งนี้ และทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาไว้ 4ประการ คือ 1.ให้พัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์และการประมง เพื่อการบริโภคและสำรองอาหารไว้ในยามวิกฤต มูลสัตว์ทำเป็นเชื้อเพลิงและปุ๋ยปรับปรุงดิน 2.ให้มีศูนย์ฝึกปฏิบัติการด้านประกอบอาชีพ โดยมีแปลงสาธิตของราษฎรตัวอย่าง 4 แปลงๆ ละ 4 ไร่ สร้างบ้านพักอาศัยให้อยู่ โดยปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป ให้การดำเนินธุรกิจฟาร์มในรูปสหกรณ์ และให้ราษฎรหมุนเวียนเข้าอยู่ 3.ให้จัดเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยให้ราษฎรยืมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีไปผสม หรือเลี้ยงแล้วส่งลูกคืน หรือขายให้ราษฎรนำไปเลี้ยง 4.ให้มีศูนย์พัฒนาการเกษตร จะได้ศึกษาและเยี่ยมชม เพื่อนำเอารูปแบบไปปรับปรุงไร่นาของตนเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถ นำแนวทางการพัฒนาด้านการเกษตรไปใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนส่วนของหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ในด้านการพัฒนาได้ น้อมนำแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปใช้ในการส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่
1.โครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (โครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน) เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยให้เกษตรกร ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและแนวความคิดของบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต และทางการเกษตรโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ปราชญ์ชาวบ้าน) โดยเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เข้ารับการฝึกอบรมจากปราชญ์ชาวบ้านผู้มีความรู้ ความสามารถ และองค์ความรู้ที่ถนัด ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2550 – 2559 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 322,343 ราย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2560 ได้รับงบประมาณดำเนินโครงการ จำนวน 61,060,100 บาท เป้าหมายเกษตรกร 15,200 ราย ซึ่งมีศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านที่ตอบรับการเข้าร่วมโครงการ จำนวน 144 ศูนย์
2.โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ดำเนินการจัดฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติจริงภายในศูนย์เรียนรู้ให้แก่เกษตรกรที่มีความต้องการเรียนรู้ และฝึกทักษะในการดำเนินกิจกรรมการเกษตรภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดูแลในแต่ละด้าน (พืช สัตว์ ประมง) ปราชญ์ชาวบ้าน วิทยากรจากสถาบันการศึกษามาเป็นวิทยากรให้ความรู้ เฉพาะเรื่องตามความสนใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีการฝึกปฏิบัติจริงในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ 1 รอบการผลิต และบูรณาการในการดำเนินกิจกรรมร่วมกับหลายภาคส่วน อาทิ โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ และกองทัพบก เป็นต้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 – 2559 ทั้งนี้ โครงการให้ความรู้แก่เกษตรกรแล้ว จำนวน 168,154 ราย โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้รับงบประมาณดำเนินโครงการ จำนวน 17,000,000 บาท ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายดำเนินการ จำนวน 110 ศูนย์ และมีเป้าหมายเกษตรกร จำนวน 3,300 ราย (จำนวนเป้าหมายเป็นไปตามงบประมาณที่ได้รับ)
