ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/233602
วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 12.46 น.
4 ก.ย.59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเกษตรแปลงใหญ่ด้านข้าว อ.บ้านตาก จ.ตาก ว่า นายกรัฐมนตรีมีความพอใจมากที่มีการร่วมกลุ่มเกษตรกร ปฏิรูปการทำเกษตรใหม่ไม่ปลูกแบบเดิม ยกระดับการผลิตมีรายได้ตลอดทั้งปี แก้ปัญหาความยากจนได้จริง ซึ่งปี 60 เตรียมขยายโครงการแปลงใหญ่ เพิ่มจำนวนแปลงให้ถึง 1,000 แปลง เพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ตั้งเป้าร้อยละ 20 ใช้ Agri-Map แผนที่เกษตรปรับเปลี่ยนพืชที่ไม่เหมาะสม โดยเปลี่ยนปลูกข้าวรอบแรก 5.7 แสนไร่ ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวรอบสอง 4.49 ล้านไร่ และปรับเปลี่ยนปลูกพืชอื่น และเลี้ยงสัตว์กว่า 1 แสนไร่ พร้อมกับขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปถึงเกษตรกรทุกครัวเรือน
“ผมสั่งข้าราชการทุกกรมลงพื้นที่ ไปแนะนำไปให้เลิกปลูกข้าว ที่ผ่านมาเกษตรกร ชาวนา ไม่ผิด แต่ข้าราชการผิดไม่บอกเขา ทำให้รู้เห็นถ้าเปลี่ยนแล้วดีอย่างไร ทำให้เกษตรกรมั่นใจให้ได้ว่า วันนี้เขาไม่กลับไปปลูกข้าวกำไรดีกว่า และน้ำไม่มีไปดันทำแบบเดิมไม่ประโยชน์ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับกลุ่มคุย ชวนลองดูสักปี เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ซิงเกลินคอมมานด์ ทุกจังหวัด มาช่วยเกษตรกร ถ้าไม่ช่วย ผมเล่นงานหนักแน่ๆ นายกฯ ท่านสั่งผมให้ลงพื้นที่ดูให้ละเอียด ไม่สั่งแต่ปาก ปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ถ้าทำข้าวอยู่ไม่เลิกจนแน่” รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า
ทั้งนี้ ตนเรียกประชุมทุกหน่วยงานสัปดาห์หน้า บูรณาการวางแผนรับมือ ให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ ปลูกพืชอื่นแทนนาปรัง ซึ่งกรมต่างๆ มีแผนโครงการจำนวนมาก ให้ชาวนาปรับตัวไปทำอย่างอื่นที่มีกำไรกว่า ตอนนี้นำร่องไปหลายจังหวัด เช่น จ.บุรีรัมย์ ปรับเปลี่ยนข้าวปลูกหญ้าเนเปีย ปลูกอ้อยโรงงาน ได้ไร่ละ 15 ตัน มีกำไรไร่ละ 1 หมื่นบาท ขณะที่ปลูกข้าวมีแต่ขาดทุนยากจนอยู่อย่างเดิม
นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำปีนี้ภาพรวมทั้งประเทศดีขึ้นกว่าปีที่ 58 ที่มีน้ำใช้การ ประมาณ 1.1 หมื่นล้าน ลบ.ม.ในเวลาเดียวกันปีนี้มี 1.3 หมื่นล้าน ลบ.ม.ซึ่งเขื่อนภูมิพล ปีที่แล้วมี 200 กว่าล้าน ลบ.ม.ปีนี้มีน้ำใช้การ 900 กว่าล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 10% แต่ยังน้อยมาก จะส่งผลกระทบได้กับพื้นที่เกษตร จ.ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร ซึ่งคาดว่าเดือน ก.ย.นี้ น้ำจะเข้ามากขึ้น เพราะมีร่องฝนขยับลงมาจากภาคเหนือตอนบน โดยให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เติมน้ำเขื่อนภูมิพล เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้มากที่สุด โดยเขื่อนใหญ่ที่ยังมีน้ำใช้การน้อยวิกฤต ต่ำกว่า 30% ดังนี้ เขื่อนจุฬาภรณ์ , เขื่อนสิรินธร , เขื่อนน้ำพุง , เขื่อนรัชชประภา , เขื่อนบางลาง , เขื่อนอุบลรัตน์ , เขื่อนแก่งกระจาน , เขื่อนวชิราลงกรณ์ และเขื่อนศรีนครินทร์
