อาลัย ฯพณฯ อิสลาม คาริมอฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 5 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/711910

 

พุธมะรืนนี้ 09.00-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “อาเซียนกับการบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ปทุมธานี

ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนสาธารณรัฐอุซเบกิสถานที่สูญเสียประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา

รายการเปิดเลนส์ส่องโลกเคยได้รับความกรุณาจากประธานาธิบดีท่านนี้เกี่ยวกับบทสารคดีและการอนุญาตให้ถ่ายทำรายการทั่วประเทศเมื่อ พ.ศ.2545 และหลังจากนั้น พ่อ พี่ชาย และทีมงานก็เดินทางเข้าไปปฏิบัติภารกิจต่างๆในอุซเบกิสถานอีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายทำสารคดี การไปศึกษาลู่ทางการลงทุนและเป็นที่ปรึกษาพานักลงทุนไทยไปจับคู่ธุรกิจ การได้รับเชิญไปดูงานเกี่ยวกับ OTOP และครั้งล่าสุด พ่อเพิ่งเดินทางไปประชุมกับบีโอไอที่อุซเบกิสถานเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

ตั้งแต่แยกออกจากสหภาพโซเวียตเมื่อ 1 กันยายน 2534 เป็นระยะเวลานานถึง 25 ปี ถ้าไม่ใช่ประธานาธิบดีคาริมอฟดูแลประเทศ ผมว่าอุซเบกิสถานคงไม่สงบอย่างนี้ คงจะวุ่นวายขายปลาช่อนเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ แถมคงจะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างที่เป็นอยู่ อุซเบกิสถานที่พ่อผมเห็นเมื่อ พ.ศ.2534 มาจนถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร หลายเมืองของประเทศนี้เมื่อก่อนเงียบเหงาราวกับป่าช้า แต่เดี๋ยวนี้เป็นชุมชนเมืองที่แออัดยัดเยียดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

กรุงทัชเคนท์เมืองหลวงที่พ่อและทีมงานเปิดเลนส์ส่องโลกไปปักหลักอยู่กันเมื่อ พ.ศ.2545 อีก 10 ปีกลับไปอีกครั้ง คราวนี้จำตรอกซอกซอยเดิมแทบไม่ได้ นอกจากพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปได้ทั่วประเทศแล้ว ประธานาธิบดีคาริมอฟยัง รื้อฟื้นศาสนาอิสลามในภูมิภาคเอเชียกลาง ตอนที่โซเวียตแตกใหม่ๆ ทุกประเทศในเอเชียกลางรวมทั้งภูมิภาคชายแดนด้านตะวันออกของจีนมีมัสยิดทุกประเทศรวมกันไม่น่าจะถึง 100 แห่ง แต่พอถึง  พ.ศ.2542 มีการสำรวจมัสยิดพบว่ามีเพิ่มเป็น 160 แห่ง

เพียงแค่ 2 ปี ใน พ.ศ.2544 มีมัสยิดทั้งหมดมากถึง 5,000 แห่ง เป็นการเพิ่มที่มาจากสนับสนุนอย่างแรงโดยประธานาธิบดีคาริมอฟ

ประธานาธิบดีคาริมอฟเป็นคนที่ทำอะไรช้าแต่มั่นคง เมื่อ 26 เมษายน 2539 ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซินของรัสเซีย และประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมินของจีนเชิญผู้นำ 4 ประเทศสำคัญในเอเชียกลางไปประชุม เพื่อสร้างข้อตกลงซ่างไห่ซึ่งตอนหลังเรียกว่า กลุ่มซ่างไห่ไฟฟ์ และกลายมาเป็น “องค์การความร่วมมือซ่างไห่” ในปัจจุบันนั้น ประธานาธิบดีนูร์สุลตาน นาซาร์บาเยฟ ของคาซัคสถาน ประธานาธิบดีอิโมมาลิ ราคโมนอฟ ของทาจิกิสถาน และประธานาธิบดีอาสการ์ อคาเยฟ ของคีร์กีซไปกันครบ แต่ท่านคาริมอฟไม่ไป รอดูจนกระทั่งองค์กรนี้มั่นคงและเป็นประโยชน์แท้จริงจึงกระโจนเข้าร่วมเมื่อ 5 กรกฎาคม 2543

ทุกครั้งที่พ่อผมไปประชุมที่อุซเบกิสถาน ซึ่งมีโอกาสร่วมประชุมกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ทั้งกระทรวงเกษตร กระทรวงเศรษฐกิจต่างประเทศ รวมทั้งธนาคารกลางของอุซเบกิสถาน ทุกท่านจะพูดถึงเรื่องที่ประธานาธิบดีคาริมอฟอยากจะให้เกิด เช่น เรื่องการเลี้ยงปลาเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารเพราะอุซเบกิสถานไม่มีทางออกทะเล แต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีทองคำสำรองเป็นอันดับ 8 ผลิตยูเรเนียมได้เป็นอันดับ 7 ผลิตฝ้ายอันดับ 6 และส่งออกฝ้ายได้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก

ด้วยการเอาจริงเอาจัง ปัจจุบันอุซเบกิสถานมีเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพิเศษมากถึง 3 แห่ง ทั้งเขตอานเกรน เขตนาวาอีและ
เขตจีซซาคฮ์ พ่อและทีมงานเดินทางไปเยือนเขตเศรษฐกิจพิเศษ มามากมายหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสัมฤทธิ์เท่าที่ควร ไม่เหมือนเขตนาวาอีของอุซเบกิสถานที่เพิ่งเข้าไปประชุมกันเมื่อปีที่แล้ว ที่นั่นมีความคึกคักและดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ

ประธานาธิบดีคาริมอฟเคยถูกลอบสังหารแต่ก็รอด ท่านเป็นคนเอาจริงเอาจังเรื่องการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายที่กระจายซ่อนอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง ด้วยการข่าวที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ท่านสามารถป้องกันประเทศไม่ให้ยุ่งยากจนมาถึงปัจจุบัน

สิ้นประธานาธิบดีคาริมอฟ ผมก็ยังนึกถึงอุซเบกิสถานในอนาคตไม่ออกเลยครับ เพราะผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากท่าน ไม่ทราบว่ามีฝีไม้ลายมือขนาดไหน.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

 

Leave a comment