ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/233249
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องจากราคาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งพันธุ์อ้อย ปุ๋ยเคมี สารกำจัดวัชพืช สารกำจัดศัตรูพืช รวมถึงค่าจ้างแรงงาน ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกปลูกอ้อยตามความต้องการของตลาด และปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง และใช้ปุ๋ยโดยไม่ได้วิเคราะห์ดิน ทำให้ชาวไร่อ้อยมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มากกว่า 10,000 บาท/ไร่ และสำหรับอ้อยตอต้นทุนจะอยู่ที่ไร่ละ 5,000-6,000 บาท กรมวิชาการเกษตร จึงมอบหมายให้ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ร่วมกับ บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการธาตุอาหารตามความต้องการของอ้อย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำร่องใน จ.นครราชสีมาและบุรีรัมย์มีเกษตรกรเป้าหมาย 2,400 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและโรงงานน้ำตาลได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินในแปลงปลูกอ้อยของเกษตรกร ซึ่งอยู่รอบโรงงานน้ำตาลรัศมี 50 กิโลเมตร มาตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหาร แล้วร่วมหารือเพื่อวางแนวทางการปรับสูตรปุ๋ยเคมีที่โรงงานน้ำตาลแนะนำเกษตรกร ให้หันมาใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมให้ความรู้เรื่องการจัดการธาตุอาหารพืชที่ถูกต้องแก่เกษตรกร เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรสามารถปรับอัตราและสูตรปุ๋ยได้อย่างเหมาะสมซึ่งคาดว่า จะช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ถึง 20-30% ทั้งยังได้ผลตอบแทนคุ้มค่า และทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
ด้าน นายอิสระ พุทธสิมมานักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น กล่าวว่า โครงการนี้ต่อยอดมาจากโครงการแก้ไขปัญหาโรคใบขาวอ้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งนอกจากส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการธาตุอาหารตามความต้องการของอ้อย และแนะนำให้ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแล้วยังมีการอบรมการใช้โปรแกรมประยุกต์ในการใส่ปุ๋ยอ้อย โดยใช้สมาร์ทโฟนในระบบแอนดรอยด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินให้กับเกษตรกร ขณะเดียวกันยังได้จัดทำแปลงเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิตอ้อย จำนวน 10 แปลงแปลงละ 4 ไร่ เป็นแปลงอ้อยปลูก 6 แปลง และอ้อยตอ 4 แปลง รวม 40 ไร่ เพื่อเป็นแปลงต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะขยายผลองค์ความรู้การจัดการแปลงอ้อยอย่างเหมาะสมไปสู่เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และลดต้นทุนการผลิตได้