ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/235133

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
การจัดกระบวนทัพข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังคงเป็นประเด็นอยู่ในความสนใจ
ทั้งลุ้นกันจนตัวเกร็งจากบรรดาข้าราชการ“ตัวเก็ง”ที่มีสิทธิ์ทั้งหลาย
ย้อนข้อมูลสักนิด สิ้นกันยายนนี้ จะมีข้าราชการระดับ 10 กระทรวงเกษตรฯเกษียณอายุมากถึง 13 คน เป็นผู้ตรวจราชการ
กระทรวง 6 คน,รองปลัดกระทรวง 2 คนและอธิบดีอีก 5 กรม ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี 30 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแต่งตั้งและโยกย้ายไปแล้ว 10 ตำแหน่ง คือ
นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ไปเป็นรองปลัดฯเช่นเดียวกับนายนำชัย พรหมมีชัยกับนายธนิต อเนกวิทย์ 2 ผู้ตรวจราชการฯก็ขึ้นเป็นรองปลัดฯ ส่วนนายสมชาย ชาญณรงค์กุล จากอธิบดีกรมวิชาการเกษตรฯ โยกไปเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร, นายสมปอง อินทร์ทอง อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.), นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์, นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ จากรองปลัดฯโยกมาเป็นอธิบดีกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์,นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้ตรวจราชการฯขึ้นเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร,นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา จากผู้ตรวจราชการฯ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมหม่อนไหม และนายสัญชัย เกตุวรชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา ของกรมชลประทาน ขึ้นเป็นอธิบดีกรมชลประทาน
การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นการสลับตำแหน่งระดับซี 10 ทำให้ตอนนี้มีตำแหน่งซี 10 ที่ว่างอยู่และต้องแต่งตั้งจากซี 9 ขึ้นมาอีก 11 ตำแหน่งด้วยกัน เป็นผู้ตรวจราชการฯ 9 เก้าอี้ และระดับอธิบดีอีก 2 เก้าอี้คือ เลขาธิการ สศก.กับอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
ซึ่งการแต่งตั้งจากซี 9 ขึ้นมานี้ ต้องดำเนินการตามระเบียบ ก.พ.คือ หน่วยงานจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา ที่สำคัญผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในความสามารถ ที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯจึงตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแล้ว โดยมีตนเองเป็นประธาน เปิดโอกาสให้ระดับรองอธิบดีทุกคนมาสมัครได้ตั้งแต่ 9-15 กันยายนนี้ หลังหมดเขตจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ และนัดสัมภาษณ์วิสัยทัศน์ เพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมจำนวน 15 คน ส่งให้พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รมว.เกษตรฯเลือกในขั้นสุดท้าย เพื่อเสนอครม.ให้ความเห็นชอบภายในเดือนนี้
ที่พิเศษในการสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้คือ ต้องสอบเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพื่อให้เป็นไปตามการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของนายกฯบิ๊กตู่ ที่ผู้บริหารทุกคนต้องสามารถติดต่อเจรจากับนานาประเทศในโลกได้…ซึ่งเรื่องสอบเป็นภาษาอังกฤษนี้ ถือเป็นหลักการที่ดีมาก เพราะหมดยุคสมัยที่คนเป็นอธิบดียังต้องคอยเงี่ยหูฟังคำแปลจากล่ามเวลาไปเจรจาเรื่องสำคัญๆ แล้ว
อย่างไรก็ตามตำแหน่งอธิบดีที่เหลือ 2 เก้าอี้นั้น อยากกล่าวถึงตอนนี้คือ ตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในปัจจุบันที่หวังพึ่งแต่ฝนฟ้าตามธรรมชาติไม่ได้แล้ว คนที่จะมาทำงานตรงนี้ จึงต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจงาน“ฝนหลวง”เป็นอย่างดี แล้วยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำด้วย
ตัวเก็งที่ “ครบเครื่อง” ตามสเปกนี้ก็คือ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ด้านปฏิบัติการซึ่งเคยทำงานกรมชลประทานมาก่อน โดยจบปริญญาวิศวกรรม(ชลประทาน)ในประเทศ และได้ปริญญาเอกเป็น “ดอกเตอร์ด้านน้ำ”จากญี่ปุ่น เรื่องความรู้ ความสามารถและภาษาอังกฤษจึงหายห่วง ที่สำคัญกว่านั้น คือ เคยทำหน้าที่รักษาการแทนอธิบดีมาแล้วหลายปี เป็นคนทำงานตัวจริงอยู่เบื้องหลังนายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีที่กำลังจะเกษียณปีนี้
กับภารกิจสำคัญคือ ปฏิบัติการทำ “ฝนหลวง” นั้น ผู้บริหารกรมนี้จะต้องมีความรู้ที่แท้จริง ทั้งต้อง “รู้ทัน” ผู้ปฏิบัติงานทำ“ฝนหลวง”อย่างดีด้วย มิเช่นนั้น อาจ “ถูกหลอก” เอาได้ง่ายๆ หรือคุมไม่อยู่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับภารกิจได้ การเป็นรองอธิบดีฝ่ายปฏิบัติการมา 4 ปีและเคยรักษาการแทนอธิบดีมาหลายปี ได้พิสูจน์ฝืมือในเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดี…ส่วนที่เป็นจุดอ่อน
ของนายสุรสีห์อยู่บ้างก็คือ ความที่อายุยังน้อย แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา เมื่อเจ้ากระทรวงอย่างพล.อ.ฉัตรชัย ดูเหมือนต้องการคนที่มีความสามารถแท้จริง เข้ามาทำงานให้เป็นสำคัญมากกว่าอย่างอื่น
ก็มารอดูกันว่า พล.อ.ฉัตรชัย จะเลือกตามความรู้ความสามารถจริงๆ หรือจะมีปัจจัยอื่นมาแทรกซ้อนหรือไม่
สาโรช บุญแสง