ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/234379
วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เป็นสุภาษิตที่อาจจะใช้ไม่ได้กับเด็กเจนเนอเรชั่น Z อีกต่อไป แล้ววิธีไหนจึงจะเหมาะสม ในงาน “เอ็ดดูเทนเม้นท์บาย พาราไดซ์ พาร์ค” (Edutainment byParadise Park) ซึ่งศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์คจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น มาให้คำแนะนำถึงวิธีเลี้ยงดูบุตรหลานเจนฯ Z เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ได้รับความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูบุตรหลานที่เหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร หรือ คุณหมอโอ๋กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และแอดมินเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้านกล่าวว่า เด็กในยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกว่าเด็กเจนเนอเรชั่น Z (Generation Z) เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้มีลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น วิธีการเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคนี้ ก็จำเป็นต้องปรับให้เหมาะสม โดยการใช้วิธี “การเลี้ยงดูเชิงบวก” (Positive Parenting) หมายถึง แนวคิดการเลี้ยงดูที่ให้ความสำคัญกับเวลาคุณภาพ และการฝึกวินัยที่ไม่ต้องใช้ ความรุนแรง เชื่อในความสัมพันธ์ที่เป็นลักษณะรัก เคารพ ผูกพันมากกว่าความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และเป็นเจ้าชีวิตซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าส่งผลดีกับเด็ก ทั้งทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม และการพัฒนาบุคลิกภาพเมื่อเป็นผู้ใหญ่ รวมไปถึงยังเป็นการเลี้ยงดู ที่ทำให้พ่อ-แม่-ลูก มีสัมพันธภาพที่ดีไปตลอดชีวิต
“การเลี้ยงดูเชิงบวก คือแนวคิดที่เข้าใจพัฒนาการของสมองของมนุษย์ว่าเด็กๆ ไม่ได้เกิดมาพร้อมสมองที่พัฒนาเท่ากันทุกส่วน โดยสมองส่วนล่าง หรือ แกนสมอง เป็นสมองส่วนสัญชาติญาณ ควบคุมการหายใจ การเคลื่อนไหวจะพัฒนาการดีตั้งแต่เกิด สมองส่วนกลาง หรือ สมองส่วนอารมณ์ คอยสั่งการด้านความรู้สึกสุข เศร้า เสียใจ โกรธ ดีใจ ผิดหวัง จะเริ่มพัฒนาดีในวัยเด็ก และสมองส่วนบน หรือสมองส่วนคิดที่จะช่วยให้เข้าใจเรื่องตรรกะ เหตุผล เรียนรู้ถูกผิดวิเคราะห์แยกแยะ แก้ปัญหา รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ ซึ่งกว่าจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ใช้เวลาเกือบถึง 25 ปี”
คุณหมอโอ๋ กล่าวต่อว่า นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า วัยเด็กเป็นวัยที่ยังไม่เข้าใจเรื่องถูกผิด ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี เพราะใช้สมองส่วนอารมณ์ และส่วนสัญชาติญาณเป็นหลัก “การเลี้ยงดูเชิงลบ” ไม่ว่าจะเป็นการขู่ ตำหนิดุด่า ว่าตี ลงโทษให้หลาบจำ หรือการพร่ำสอนในขณะที่ลูกยังควบคุมตัวเองไม่ได้ กลับกลายเป็นการกระตุ้นสมอง ส่วนสัญชาตญาณให้ทำงานกับสมองส่วนอารมณ์ จึงเห็นว่าเด็กหลายคนเมื่อโดนตี จึงตีตอบ บางคนโวยวายอาละวาด เมื่อถูกพร่ำสอน หรือบางคนก็ไม่เรียนรู้ เมื่อพ่อ-แม่มุ่งแต่จะลงโทษ เพื่อให้เกรงกลัว หรือหลาบจำเพราะความลับของสมองลูก ก็คือ “เมื่อสมองส่วนอารมณ์ทำงาน สมองส่วนคิดก็แทบจะปิดทำการ”
“ดังนั้น การเลี้ยงดูเชิงบวกไม่เชื่อว่าการลงโทษจะช่วยพัฒนาลูก แต่เชื่อว่าการสอนให้ลูกรู้จักคิด วิเคราะห์เข้าใจ แก้ไขปัญหา เข้าใจข้อจำกัดและกติกา เรียนรู้จากผลของการกระทำคือการสอนที่จะช่วยพัฒนาสมองส่วนคิด ซึ่งการเลี้ยงดูเชิงบวกไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเปิดใจที่จะศึกษา และตั้งใจฝึกฝน เพราะจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของพ่อ-แม่ ที่มีให้กับลูก”
