ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ พัฒนาโซลูชั่นส์ใหม่ ช่วยพ่อ-แม่สร้างลูกน้อยเป็นผู้นำในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/236258

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แอฟ-ทักษอร เตชะณรงค์ Brand Ambassador

เพื่อวางพื้นฐานให้ลูกเติบโตอย่างประสบความสำเร็จและเป็นผู้นำในอนาคต บรรดาคุณแม่ต่างก็พยายามศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาการของลูกน้อย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือการฝึกให้เขาเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป เพื่อเป็นภูมิต้านทานต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นได้เสมอๆ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จ

ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์ โกลด์  จึงจัดงาน “ไฮคิว 1 พลัส เชปปิ้ง เดสทินี”  (Hi-Q 1 Plus Shaping Destiny) แนะนำโซลูชั่นส์ใหม่ที่จะเป็นเสมือนโค้ช ที่ช่วยสนับสนุนคุณแม่เข้าถึงข้อมูลสำคัญทั้งด้านโภชนาการ และวิธีการเลี้ยงลูกที่เหมาะกับยุคนี้

เรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ

เรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดูเม็กซ์ จำกัด ประเทศไทยกล่าวว่า “ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ลูกน้อยทั้งด้านร่างกาย และจิตใจเพื่อเป็นพลังสู่ความสำเร็จในอนาคต ผ่านโซลูชั่นส์ที่มีจุดเด่นทั้งด้านโภชนาการและพัฒนาการ โดยด้านโภชนาการนั้นพัฒนาโดยสถาบันนิวทริเซีย ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านโภชนาการช่วงแรกของชีวิต โดยผลิตภัณฑ์จะมีสัดส่วนของดีเอชเอ และซินไบโอติกเอกสิทธิ์เฉพาะที่พัฒนาอย่างเหมาะสมเพื่อตอบโจทย์แม่ที่ต้องการให้ลูกรักมีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อช่วยสกัดกั้นอุปสรรคต่างๆ ที่จะแทรกแซงพัฒนาการของลูก

ในส่วนของพัฒนาการ ทีมไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ ได้ร่วมมือกับแพทย์พัฒนาการเด็ก และนักจิตวิทยาชั้นแนวหน้าของไทยเป็นเวลากว่า 1 ปี ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Today for Tomorrow (ทูเดย์ ฟอร์ ทูมอโร) เพื่อเป็นแนวทางช่วยคุณแม่ดูแลลูกโดยมีจุดเด่นคือการชี้แนะแนวทางการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อสร้างวินัย และส่งเสริมพัฒนาการที่ดีรวมถึงแบบทดสอบวัดแวว ที่จะช่วยให้คุณแม่ประเมินความชอบ ความสนใจของลูก เพื่อที่จะส่งเสริมให้เป็นความถนัดและทักษะในอนาคต คุณแม่ทุกคนสามารถใช้แอพพลิเคชั่นนี้ฟรีเพื่อสร้างผู้นำในอนาคตตั้งแต่วันนี้”

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ และ อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิตกระทรางสาธารณสุข กล่าวว่า “หลักสำคัญในการเลี้ยงลูกคือ พ่อ-แม่ต้องเริ่มต้นด้วยความรักความผูกพัน เพราะความสุขและทัศนคติที่ดีของลูกจะเป็นแกนกลางสำคัญสำหรับการสร้างความสำเร็จของเขาอย่างยั่งยืน ความใกล้ชิดจะช่วยให้พ่อ-แม่มองเห็นความชอบและความถนัดของลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อพบแล้วก็ควรส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ลูกได้ลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำสิ่งที่ยากและท้าทายยิ่งขึ้นให้เขาได้แก้ปัญหา ได้ลองผิดลองถูกในเรื่องที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มพูนทักษะด้วยตนเอง โดยพ่อ-แม่สามารถร่วมเรียนรู้ สนุกไปกับลูก สร้างบรรยากาศของการชื่นชมและเป็นกำลังใจจะทำให้เขามีความมั่นใจ ภูมิใจในตนเอง และมุ่งมั่นที่อยากจะประสบความสำเร็จด้วยตนเอง

เด็กบางคนอาจแสดงความถนัด หรือ ความสนใจของตนเองอย่างเด่นชัดได้ตั้งแต่ไม่กี่ขวบปีแรก เช่น เด็กที่มีแววนักคิด ซึ่งมักจะมีไอคิวสูง เรียนรู้เร็ว ช่างสังเกต สนใจเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวตลอดเวลา มีสมาธิดี ความจำดีพ่อ-แม่ควรส่งเสริมให้ลูกมีประสบการณ์ที่หลากหลาย และสนับสนุนให้ทำกิจกรรมที่ท้าทายความคิด เช่นการต่อจิ๊กซอว์ที่ยากขึ้นการเล่นเกมส์หรือต่อบล็อกเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ซับซ้อนขึ้น เด็กที่มีความสามารถด้านภาษาหรือการสื่อสาร อาจจะพูดได้เร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน มีคำศัพท์ที่ก้าวหน้าเกินวัย พ่อ-แม่ควรสนับสนุนให้ลูกสนุกสนานกับการอ่านและการเล่านิทาน ชักชวนลูกพูดคุยและตั้งคำถามให้ลูกคิดและตอบ นอกจากนี้ควรที่จะใช้การเรียนรู้ภาษาไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาการลูกในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การสื่อท่าทางประกอบคำ หรือการอธิบายงานศิลปะ ซึ่งเป็นการส่งเสริมด้านการแสดงออกและด้านศิลปะไปด้วยในตัว”

ส่วนเด็กที่ยังไม่ฉายแววความถนัดในด้านหนึ่งเลย พ่อ-แม่ก็ไม่ต้องกังวล อย่ากดดันลูกเพราะจะเป็นการบั่นทอนความรู้สึกและความมั่นใจ ในทางตรงกันข้ามความรัก ความอ่อนโยนใกล้ชิด และความช่างสังเกตของพ่อ-แม่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เขาค่อยๆ มีความพร้อมและค้นหาความชอบหรือความถนัดของตนเองได้ในที่สุด”

 

Leave a comment