แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อฯสุรนารี ส่งเนื้อโคพันธุ์ดีเกรดเอขึ้นตลาดพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237040

227832

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคเนื้อมากที่สุดในประเทศไทย แต่ด้วยตลาดโคเนื้อที่ตกต่ำ ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดราคาเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมีรายได้ต่ำ ด้วยเหตุนี้หลายหน่วยงานในจังหวัดจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาโคเนื้อโคราชวากิว โดยได้มีการลงนามความร่วมมือมือด้านวิชาการระหว่าง ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 พัฒนาโคพันธุ์โคราชวากิวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถผลิตโคเนื้อคุณภาพเยี่ยมป้อนสู่ตลาดบน ลดการนำเข้า และเพิ่มการส่งออกไปพร้อมกัน ซึ่งเนื้อโควากิวนั้นมีความโดดเด่นด้านเนื้อที่มีไขมันแทรกสูง และมีความนุ่มมากกว่าเนื้อโคที่มีในประเทศ

พร้อมกันนั้น ก็ได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อโคราชวากิว สุรนารี จำกัด ขึ้นมา เมื่อปี 2555 ร่วมกันผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพเยี่ยมมาตรฐานส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโคเนื้อของเกษตรกรโดยเกษตรกรจะเป็นผู้กำหนดราคาเอง จนสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิกทั้งสิ้น 1,105 ราย มีโคในเครือข่ายที่จะพัฒนาให้เป็นโคพันธุ์โคราชวากิวกว่าหมื่นตัว ในด้านการแปรรูปเนื้อโคราชวากิวนั้น สหกรณ์ฯ จะได้รับความร่วมมือจากโรงเชือดมาตรฐานฮาลาน บริษัท นครพนม บีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด

จากการพัฒนาโคเนื้อโคราชวากิวทำให้โคเนื้อของไทยที่มีเลือดโควากิว 50-87% สามารถเลี้ยงในเมืองไทยได้อย่างสบาย ไม่มีปัญหาด้านความเครียดจากอากาศร้อน รวมถึงมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีและที่สำคัญที่สุดคือโครเนื้อดังกล่าวให้ไขมันแทรกสูงกว่าโคเนื้อสายพันธุ์อื่นๆ ของประเทศไทย ทำให้ขายได้ราคาสูงขึ้น เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้น อีกทั้งเนื้อโคพันธุ์โคราชวากิวยังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยคุณภาพไม่แตกต่างจากเนื้อโควากิวที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่มีราคาถูกกว่า ในอนาคตมีโอกาสขยายตลาดได้เพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบันเนื้อระดับวากิวของเกษตรกรชาวอำเภอขามทะเลสอ ที่จัดตั้งในรูปแบบกลุ่มสหกรณ์ ได้วางจำหน่ายที่กูร์เม่ มาร์เก็ต สาขาสยามพารากอน เป็นแห่งแรกที่วางจำหน่าย ซึ่งราคาจะถูกกว่านำเข้า เพราะไม่ต้องมีภาษีและไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านค่าขนส่ง รวมถึงไม่มีพ่อค้าคนกลางมากดราคา จึงทำให้เกษตรกรกรสามารถสร้างรายได้ต่อปีเพิ่มมากขึ้น ส่วนแผนการตลาดในอนาคตอาจจะต้องมองไปที่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป เป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ในการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องกับความต้องการด้วยวิธีการต่างๆ และการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มบทบาทในฐานะผู้ซื้อผลผลิตจนถึงการแปรรูป และการส่งออก เพื่อให้สหกรณ์เป็นที่พึ่งของสมาชิกและเกษตรกรอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

Leave a comment