ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ต.ค. 2559 07:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747151

ไม่พลิกโผ “ประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย” คว้ารางวัล “โนเบล สาขาสันติภาพ” ประจำปี 2559 จากความพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏฟาร์ก หลังสู้รบเข่นฆ่ากันมา กว่าครึ่งศตวรรษ แม้ผลลงประชามติเมื่อไม่นานนี้ คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เอาด้วยก็ตาม โดยประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลให้เหตุผล เพราะความพยายามที่แน่วแน่ เด็ดเดี่ยวในการเจรจาตลอด 4 ปี เพื่อคืนความสงบสุขให้กับประเทศชาติ แม้แพ้ผลประชามติ แต่เชื่อกระบวนการสันติภาพมีความก้าวหน้าไปมาก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ต.ค.ตามเวลาไทย ว่าคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ซึ่งเป็นชาวนอร์เวย์ 5 คน ได้ลงมติคัดเลือกชื่อบุคคล/องค์กร ทั้งหมด 376 รายชื่อ แยกเป็นรายบุคคล 228 ชื่อ และองค์กร 148 แห่ง เพื่อมอบรางวัลโนเบล สาขา สันติภาพ ประจำปี 2559 ซึ่งถือเป็นรางวัลที่ถือว่าได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยผู้ได้รับเลือก ได้แก่ ประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย ที่มีความพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกองกำลังปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย (ฟาร์ก) แม้ความพยายามดังกล่าวจะยังไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อรัฐบาลพ่ายแพ้ต่อผลการลงประชามติเสียงของประชาชนชาวโคลอมเบียเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา จนสร้างความตกตะลึงให้กับหลายฝ่าย ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ แต่ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส ก็จะได้รับเงินรางวัล 8 ล้านโคร์น หรือราว 32,457,000 บาท และมีพิธีมอบรางวัลที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ นางคาซิ คุลล์มานน์ ไฟฟ์ ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบล เผยว่า การมอบรางวัลทรงเกียรตินี้ให้กับประธานาธิบดีซานโตส เพราะความพยายามที่แน่วแน่ เด็ดเดี่ยวในการเจรจาตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ต้องการนำความสงบสุขคืนให้กับประเทศชาติ จากสงครามกลางเมืองอันยาวนาน 52 ปี กับกลุ่มกบฏฟาร์ก จนนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพกับนายโรดริโก ลอนดอน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทิโมลีออน “ทิโมเชนโก” ฮิเมเนซ หัวหน้ากลุ่มกบฏฟาร์กเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รางวัลดังกล่าวเปรียบเสมือนมอบให้กับชาวโคลอมเบีย ทั้งที่ประสบความยากลำบากและการถูกรังแก ถูกเข่นฆ่า มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 260,000 คน สูญหายอีก 45,000 คน และอีกราว 6 ล้านคน ต้องพลัดพรากจากบ้านเรือน แต่ประชาชนชาวโคลอมเบียก็ไม่ยอมแพ้กับความหวังที่ต้องการสันติ พร้อมกันนั้น ยังมอบให้กับทุกพรรคทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนให้กระบวนการเจรจาสันติภาพบรรลุผลสำเร็จ แต่เมื่อถูกตั้งคำถามว่า ทำไมรางวัลนี้ไม่ให้ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มกบฏฟาร์ก นางไฟฟ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เผยแต่เพียงว่า เราไม่เคยแสดงความเห็นถึงผู้ที่คาดว่าจะได้รางวัลรายอื่นๆ
ขณะเดียวกัน นางไฟฟ์ เผยว่า การลงประชามติของประชาชนที่ไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า กระบวนการสันติภาพจบลง การลงประชามติไม่ใช่การออกเสียงหรือต่อต้านสันติภาพ ฝ่ายที่เลือกไม่ยอมรับ ไม่ใช่ไม่ปรารถนาสันติ ทางคณะกรรมการโนเบลจะเน้นความสำคัญของความจริงที่ว่า ประธานาธิบดีซานโตส กำลังเชิญทุกฝ่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมการเจรจา โดยมุ่งไปที่ กระบวนการสันติภาพที่ก้าวหน้าขึ้น ทั้งนี้ มีรายงานมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ผู้นำแห่งโคลอมเบีย ถือเป็นตัวเก็ง มีโอกาสสูงที่จะคว้ารางวัลนี้อยู่แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีซานโตส เผยว่า รู้สึกดีใจมาก เพราะรางวัลนี้มีความสำคัญหาค่ามิได้ที่จะช่วยให้ขั้นตอนการเจรจาสันติภาพของโคลอมเบียก้าวไปข้างหน้า
ส่วนเมื่อปีกลาย รางวัลสาขาดังกล่าวนี้มอบให้กับกลุ่มสานเสวนาสี่ฝ่ายแห่งชาติตูนิเซีย ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมในตูนิเซียทั้ง 4 ภาคองค์กร ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาช่วยให้ประเทศชาติเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตย หลังเกิดการปฏิวัติ “ดอกมะลิ” ในปี 2554 ซึ่งถือว่าพลิกโผจากที่หลายฝ่ายคาดว่าเป็น นางแองเจลา เมอร์เคล นายกรัฐมนตรีหญิงเยอรมนี กับผลงานนโยบายช่วยเหลือผู้ลี้ภัย