ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระบรมสารีริกธาตุ’ ปฐมพระบรมธาตุแห่งสุวรรณภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/238017

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบรมสารีริกธาตุ-สมัยสุโขทัย

แผ่นดินแห่งพุทธภูมินั้นนับถือกันว่าสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดก็คือ การได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระบรมธาตุ  ซึ่งนับถือกันมาแต่ครั้งโบราณว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระมหาธรรมราชาที่นำธรรมะมาสู่มวลมนุษย์เพื่อช่วยให้พ้นทุกข์ในวัฏสงสารจนเป็นที่เคารพนับถือและนำพุทธศาสนาเป็นหลักในการครองแผ่นดิน ด้วยพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นจากการที่พระองค์ทรงอธิษฐานไว้ก่อนปรินิพพาน ให้คงเหลือไว้หลังจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เพื่อให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธบริษัท และผู้เป็นพระธรรมราชาผู้ครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรมได้สักการบูชา “พระบรมสารีริกธาตุ” หรือพระอัฐิธาตุฯสืบต่อไปในกาลภายหน้า

เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุของเก่า

ด้วยเหตุนี้ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาจึงปรากฏการสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นมากมาย พร้อมกับการประกาศเป็นพระธรรมราชาเช่นเดียวกับ สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระราชาแห่งธรรมของโลกโดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานไว้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนแผ่นดินพุทธธรรม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง พระธาตุเจดีย์เหล่านั้นก็ยังประดิษฐานอยู่มั่นคง แม้พระธาตุเจดีย์จะถูกทำลายก็ยังปรากฏพระบรมธาตุบรรจุในลักษณะต่างๆ เช่น สถูปเจดีย์ ตลับหลายชั้น เจดีย์แก้ว และอื่นๆ ให้เก็บรักษาไว้สักการบูชาจนวันนี้

ในวาระมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษาครบ 7 รอบ  กรมศิลปากรโดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์สำคัญสมัยสุโขทัย สมัยล้านนาสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ที่พบในพระธาตุเจดีย์โบราณนั้นมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการบูชากันจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2559 พร้อมกับพิมพ์หนังสือ “กราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุเถลิงราชย์นวธรรมราชา” เผยแพร่ความรู้ด้วย

พระบรมสารีริกธาตุ-อยุธยา-วัดราชบูรณะ

พระบรมธาตุ นั้นมีสองลักษณะคือ พระบรมธาตุที่ไม่แตกกระจายมีสัณฐานในลักษณะต่างๆ และพระบรมธาตุที่แตกกระจาย มีขนาดเล็กสุดประมาณเมล็ดพันธุ์ผักกาด  พระบรมสารีริกธาตุ เป็นศัพท์ใช้เรียกเฉพาะพระธาตุของพระพุทธเจ้า หากเป็นของพระอรหันตสาวกเรียกว่า “พระธาตุ” เท่านั้น ชาวพุทธเชื่อว่าพระบรมสารีริกธาตุเป็นวัตถุแทนองค์พระบรมศาสดาที่ทรงคุณค่าสูงสุดในศาสนาพุทธ จึงนิยมกระทำการบูชาองค์พระบรมสารีริกธาตุโดยประการต่าง ๆ เช่น การสร้างเจดีย์ เพื่อประดิษฐานพระธาตุไว้สักการะ โดยเชื่อว่ามีอานิสงส์ประดุจได้กระทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิษฐานพระธาตุให้กระจายว่า เราอยู่ได้ไม่นานก็จะปรินิพพาน ศาสนาของเรายังไม่แพร่หลายไปในที่ทั้งปวงก่อน เพราะฉะนั้น เมื่อเราแม้ปรินิพพานแล้ว มหาชนถือเอาพระธาตุแม้ขนาดเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดทำเจดีย์ในที่อยู่ของตนๆ ปรนนิบัติ จงมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า พระพุทธประสงค์ดังกล่าวนี้ เพื่อให้ศาสนาของพระองค์แพร่หลายไป และผู้ที่เกิดมาภายหลัง ไม่ทันเห็นพระองค์เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ จักได้กระทำการสักการบูชาเพื่อเป็นกุศลแก่ตน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พระบรมสารีริกธาตุแพร่หลายไปยังดินแดนต่างๆ นับแต่หลังพุทธปรินิพพานเป็นต้นมา ซึ่งเป็นเหตุให้บังเกิดพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูก) ทั้งที่คงลักษณะเดิมไม่แตกกระจายไปจำนวน 7 พระองค์ เรียกว่า นวิปฺปกิณฺณาธาตุ และแบบกระจัดกระจาย มีสีดอกมะลิ สีแก้วมุกดา และสีเหมือนทองคำ ซึ่งมีขนาดต่างๆกัน รวมจำนวนได้ 16 ทะนาน เรียกว่า วิปฺปกิณฺณาธาตุ จนมีปริมาณให้พระธาตุแพร่กระจายกว้างไกลโดยอัศจรรย์จนวันนี้

พระบรมสารีริกธาตุ-ล้านนา-วัดเจดีย์สูง

พระบรมสารีริกธาตุ-วัดดอกคำ-เชียงใหม่

พระบรมสารีริกธาตุ-อยุธยา-สถูปจำลองพร้อมเครื่องสูง

พระบรมสารีริกธาตุของเก่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระนคร

พระบรมสารีริกธาตุในกรัณฑ์-สมัยรัตนโกสินทร์

สถูปพระบรมสารีริกธาตุ-อยุธยา-วัดราชบูรณะ

ตลับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมัยสุโขทัย

พระบรมสารีริกธาตุ-เจดีย์ศรีสุริโยทัย

พระบรมสารีริกธาตุ-สมัยล้านนา-วัดศรีโขง

เลขาธิการพระราชวังสักการะพระบรมธาตุ

Leave a comment