ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/240706
วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
วามเป็นพระมหากษัตริย์และพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในสายตาสื่อมวลชนต่างชาติ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่ามีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารตามสิทธิที่สื่อพึงจะกระทำได้ในประเทศที่มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย คุณหญิงผะอบ โปษะกฤษณะได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในบทความชื่อ “ยิ่งพระยศโลกาซ้องสรรเสริญ มั่นพระขันติธรรมนำชาติเจริญ” (2531:280-281) ความว่า
…“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มิได้ประทับอยู่ในจิตใจของคนไทยทั้งชาติเท่านั้น แม้แต่ชนในประเทศต่างๆ ที่พระองค์เคยทรงพำนักอยู่หรือที่พระองค์ได้เคยติดต่อเกี่ยวข้องด้วย ก็นิยมชมชื่นและสรรเสริญพระเกียรติคุณของพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงเยาว์พระชันษา”…
…“กระแสพระราชดำรัสที่เป็นที่เลื่องลือมากก็คือพระราชดำรัสในที่ประชุมรัฐสภาอเมริกันเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2503…พระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ขจรขจายไปทั่วโลกถึงกับโทรทัศน์บีบีซีตั้งชื่อเรื่องเทปโทรทัศน์เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อพ.ศ.2522 ว่า “จุดรวมแห่งจิตใจของประชาชนทั่วประเทศ” (The Soul of the Nation)…

…พระราชกรณียกิจที่ส่งให้พระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ก้องไปทั่วโลกอีกข้อหนึ่ง ก็คือ พระปรีชาสามารถในการโน้มน้าวให้ชาวเขาเปลี่ยนใจปลูกพืชอื่นทดแทน “ฝิ่น”…ถึงกับสหประชาชาติได้แนะนำให้ประเทศอื่นๆ นำวิธีการไปใช้บ้าง เช่น แอฟริกา เป็นต้น…วิธีการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสามารถเปลี่ยนใจชาวเขาที่ยึดอาชีพปลูกฝิ่นมาเป็นเวลานานให้ปลูกพืชทดแทนด้วยความสมัครใจเอง จนบัดนี้กลายเป็นอาชีพหลักนั้น ชาวต่างประเทศได้มาพบเห็นด้วยตัวเอง และได้นำเรื่องนี้ไปเขียนและตีพิมพ์ถึง ๖ ล้านฉบับ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ เผยแพร่ไปทั่วโลก ให้ชื่อเรื่องว่า“Beyond a Monarch”
นอกจากนี้เหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีถึงการที่สื่อมวลชนต่างชาติยอมรับในพระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือการที่สื่อมวลชนต่างชาติต่างให้ความสนใจเสนอข่าวและเขียนบทความสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารในภูมิภาคเอเชียเช่น นิตยสารเอเชีย วีก (Asia Week) ได้แถลงไขข้อสงสัยให้ชาวโลกได้ทราบถึงเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นที่เทิดทูนบูชาของประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “A MODERN MONARCH Thailand celebrates King Bhumipol’s special birthday” เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ความว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงครองราชย์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ดั่งพระราชปณิธานที่พระองค์ได้ทรงตั้งพระทัยไว้ และยังคงทรงงานอย่างหนักเพื่อให้พสกนิกรมีความกินดีอยู่ดีตลอดมาอย่างมิหยุดหย่อน”

รวมทั้งบทความของนายจูเลียน เกียร์ลิ่ง(Mr.Julian Gearing) เรื่อง King of Hearts” พร้อมทั้งได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพิมพ์ลงบนหน้าปกของนิตยสารเอเชีย วีก ฉบับเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๒ ด้วย”
ยิ่งไปกว่านั้นนิตยสารที่เป็นที่ยอมรับกันในระดับโลกอย่างนิตยสารไทม์ (Time) ยังได้สรรเสริญพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสเดียวกันนี้ โดยนายแมทธิว เพนนิงตั้น (Mr.Matthew Pennington) ได้เขียนบทความเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ครองแผ่นดินไทยและครองใจพสกนิกรได้ตลอดกาลด้วยเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานยิ่งกว่าความเป็นกษัตริย์ ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นกษัตริย์ที่ประชาชนเทิดทูนศรัทธา พระองค์จึงเป็นกษัตริย์ผู้ครองราชย์ได้ยาวนานกว่ากษัตริย์องค์ใดในภูมิภาคเอเชีย”

นอกจากการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปรากฏทางสื่อต่างสิ่งพิมพ์ต่างๆ แล้วสื่อโทรทัศน์ อาทิ สถานีโทรทัศน์ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้ให้ความสนใจกับพระราชพิธีที่ปวงชนชาวไทยร่วมใจกันจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา ครบ ๖ รอบ ของพระองค์ โดยจัดทำการรายงานข่าวผ่านอินเตอร์เนตเช่นกัน ทำให้พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่รับรู้และสรรเสริญโดยผู้คนในทั่วทุกมุมรูป
บทความจากหนังสือ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๖๐ ปี ครองราชย์ ประโยชน์สุข ประชาราษฎร์
โดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)





