ดีใจกับเพนกวิน! มติเอกฉันท์ ‘รอสส์ ซี’ จะเป็นพท.คุ้มครองทางทะเลใหญ่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 18:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767042

 

ตัวแทนจาก 24 ประเทศและยุโรปมีมติเอกฉันท์ ให้ทะเล ‘รอสส์ ซี’ บ้านของเพนกวินอาเดลี และสัตว์อื่นๆ ที่ขั้วโลกใต้ จะกลายเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ได้รับความคุ้มครองห้ามทำประมงเชิงพาณิชย์นานถึง 35 ปี

สำนักข่าวบีบีซี รายงาน รมว.ต่างประเทศของนิวซีแลนด์ เผย คณะกรรมการการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในมหาสมุทรแอนตาร์กติก (CCAMLR) จาก 24 ประเทศและสหภาพยุโรป ซึ่งร่วมประชุมกันที่เมืองโฮบาร์ต ในประเทศออสเตรเลีย มีมติเป็นเอกฉันท์ ตกลงเห็นพ้องให้ ทะเลรอสส์ หรือ รอสส์ ซี ในมหาสมุทรแอนตาร์กติก บริเวณขั้วโลกใต้ จะกลายเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะส่งผลให้ ทะเลรอสส์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่นับ 1.57 ล้านตารางกิโลเมตร ได้รับความคุ้มครองจากการทำประมงเชิงพาณิชย์เป็นเวลานานถึง 35 ปี

บรรดานักสิ่งแวดล้อมแสดงความยินดีต่อความเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การคุ้มครองระบบนิเวศวิทยาทางทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของโลก หลังจากข้อเสนอนี้ได้มีการเจรจากันมาหลายปี พร้อมทั้งยังมุ่งหวังว่า การประกาศให้ทะเลรอสส์ เป็นเขตพื้นท่ีคุ้มครองทางทะเลนั้น จะเป็นการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเป็นแห่งแรกในจำนวนบรรดาเขตทางทะเลในน่านน้ำสากลจำนวนมาก


เพนกวินอาเดลี

ทั้งนี้ ทะเลรอสส์ ซึ่งเป็นอ่าวลึกของทวีปแอนตาร์กติกา ตั้งอยู่ระหว่างดินแดนวิคตอเรีย กับดินแดนมารีเบิร์ด พบโดยนายเจมส์ คลาร์ก รอสส์เมื่อปี ค.ศ.1841 นั้น มีพื้นที่เป็นไหล่ทวีปและมีลักษณะลาดชันเพียงแค่ 2% ของพื้นที่ทั้งหมดทะเลรอสส์เท่านั้น แต่กลับเป็น ‘บ้าน’ ที่อยู่อาศัยของเพนกวินอาเดลี ถึง 38% ของเพนกวินอาเดลีบนโลกทั้งหมด รวมทั้ง มีนกจมูกหลอดแอนตาร์กติก อาศัยอยู่ถึง 30% ของจำนวนนกชนิดทั้งหมดที่อยู่บนโลก และมีวาฬมิงค์แอนตาร์กติก 6% ของวาฬชนิดนี้ที่มีอยู่บนโลกเช่นกัน


วาฬมิงค์

นอกจากนั้น ทะเลรอสส์ ยังเป็นบ้านของคริลล์ ซึ่งจัดเป็นสัตว์ทะเลในกลุ่มกุ้งและปู ใต้ท้องทะเลลึกแถบขั้วโลก อาศัยอยู่ในน้ำเย็นจัด ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์หลายสปีชีส์ รวมทั้งวาฬและแมวน้ำ โดยทะเลรอสส์ มีความสำคัญต่อโลกที่เหลือทั้งหมด รวมทั้งธาตุอาหารจากใต้ทะเลลึกยังถูกพัดพาไปโดยกระแสน้ำไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก

 

Leave a comment