ศิริราชห่วงใยให้ความรู้โรคลมพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243036

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เนื่องในวันโรคลมพิษโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีการรณรงค์เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยในปีนี้ โรงพยาบาลศิริราชได้จัดกิจกรรม ศิริราชห่วงใย ชวนใส่ใจโรคลมพิษ” ซึ่งมีทั้งการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรคลมพิษและยา รวมถึงการทดสอบต่างๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคลมพิษ พร้อมส่งเสริมให้คนไทยหันมาให้ความสนใจกับโรคลมพิษ ที่แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่นับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มีผลเสียต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ ภายในงานได้มีกลุ่มผู้ป่วย บุคคลทั่วไป และบุคลากรทางแพทย์ เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 120 คน

ศ.พญ.กนกวลัย กุลทนันทน์ หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่าโรคลมพิษเป็นโรคหนึ่งที่คนในสังคมรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าโรคลมพิษสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ทั้งยังมีความรุนแรงของอาการที่แตกต่างกัน ดังนั้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลมพิษอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่งเพราะโรคดังกล่าวอาจเกิดขึ้นกับคุณหรือคนใกล้ชิดก็เป็นได้

โรคลมพิษ (Urticaria) เป็นโรคที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง (Wheals) ไม่มีขุยมีขนาดต่างๆ ได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ มีอาการคัน เกิดขึ้นเร็วและกระจายได้ทั่วตัว แต่ละผื่นมักจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นนั้นก็จะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่ก็อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่นๆ ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีริมฝีปากบวม ตาบวม(Angioedema) ในบางรายอาจมีอาการปวดท้องแน่นจมูก คอ หายใจไม่สะดวก รายที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการหอบหืด เป็นลมจากความดันโลหิตต่ำได้ แต่ผู้ป่วยกลุ่มที่เป็นรุนแรงนี้มีเพียงจำนวนน้อย

ทั้งนี้ โรคลมพิษแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ โรคลมพิษเฉียบพลัน คือ ผื่นลมพิษเป็นมาไม่เกิน6 สัปดาห์ และโรคลมพิษเรื้อรัง คือมีอาการเป็นๆ หายๆอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ แต่มีอาการอย่างต่อเนื่องนานถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป จากข้อมูลทางสถิติของผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังในประเทศไทย ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวที่คลินิกโรคลมพิษ ภาควิชาตจวิทยา โรงพยาบาลศิริราช พบว่า ในกลุ่มของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยโรคลมพิษเรื้อรัง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ปี ซึ่งตลอดช่วงชีวิตของคนทั่วไปจะมีโอกาสเกิดโรคลมพิษเรื้อรัง ได้ประมาณร้อยละ 0.5-1

โรคลมพิษเรื้อรัง มักจะส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นกังวลที่ต้องคอยระวังการดำเนินชีวิตตลอดเวลาการรักษานอกจากยาแล้ว การหลีกเลี่ยงจากภาวะบางอย่างที่อาจกระตุ้นให้ผื่นที่มีอยู่มีอาการมากขึ้น จึงอาจเป็นวิธีการช่วยเบื้องต้นที่ดี เช่น อาหาร ผู้ป่วยที่มีผื่นลมพิษเรื้อรังบางรายอาจมีอาการลมพิษเห่อขึ้นเมื่อรับประทานอาหารบางชนิด ยา ยาบางชนิดเช่น ยาต้านอักเสบ (NSAIDs) แอสไพริน อาจทำให้ผื่นลมพิษเห่อขึ้นได้ ประมาณร้อยละ 20-30 ของผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังในช่วงที่โรคกำลังเป็นมาก ตัวกระตุ้นทางกายภาพ เช่น การกดรัดของเสื้อผ้าที่เป็นผ้ายืดหรือเข็มขัด ก็อาจผื่นลมพิษเห่อขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้ผื่นลมพิษเห่อได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัวขึ้นการติดเชื้อไวรัส อาจทำให้ผื่นลมพิษเห่อขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย ความเครียด อาจทำให้ผื่นลมพิษเห่อขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย ขณะเดียวกันโรคลมพิษเองก็ทำให้ผู้ป่วยมีความเครียดด้วยเช่นกัน

“สำหรับแนวทางการรักษาโรคลมพิษเรื้อรัง ในกรณีที่สามารถสืบค้นจนทราบสาเหตุและแก้ไขสาเหตุได้ เมื่อรับประทานยาต้านฮิสตามีนไปแล้วผื่นลมพิษมักหายได้เร็วแต่หากหาสาเหตุไม่พบหรือเป็นสาเหตุที่แก้ไขไม่ได้โดยง่าย แพทย์จำเป็นต้องให้ยาตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปเพื่อควบคุมอาการผื่นลมพิษให้ได้และเมื่อควบคุมอาการได้แล้วจึงค่อยๆ ลดยาลง เพื่อควบคุมโรคในระยะยาว จนถึงพยายามหยุดยา ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเรื้อรังนานเป็นปี ซึ่งในปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาที่มากขึ้นทั้งยารับประทานและยาฉีด เพื่อช่วยบรรเทาอาการและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้” ศ.พญ.กนกวลัย กล่าวในที่สุด

Leave a comment