สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน ‘เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์’ ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243788

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์จากร้านต่างๆ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 โดยมูลนิธิชัยพัฒนา และ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดขึ้น วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.00 น. ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ตึก B ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ โดยมีดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการผู้บริหารอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 ซึ่งน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์ นั้น เป็นหนึ่งในพระราชดำริ ที่พระราชทานให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นำเมล็ดพันธุ์ต้นชาน้ำมันสายพันธุ์ Camellia oleifera จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาศึกษาและทดลองปลูกในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นให้คนไทยใส่ใจในสุขภาพ เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า และรักษาระบบนิเวศน์ป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย โดยทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับการบริโภคและนำไปเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง เป็นต้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2

ทรงปรุงอาหาร “ไก่นาบกระทะ” และ “ไข่พระอาทิตย์”

เมนูจากฝีพระหัตถ์ ไก่นาบกระทะ

พร้อมกับทรงได้พระราชทานเรื่องเล่า “น้ำมันเมล็ดชา” แก่ผู้ร่วมงานว่า“เป็นที่รู้จักในประเทศจีนนานกว่า 1,000 ปี มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่า น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่ด้อยไปกว่าน้ำมันมะกอก จีนอธิบายให้ฟังว่าเค้าใช้น้ำมันจากเมล็ดชาหลายอย่าง ประการแรกคือมีคุณสมบัติโภชนาการที่ดี ประการที่สองก็ใช้ในเรื่องของเครื่องสำอาง ใช้ปกป้องผิวหนัง และใช้ได้หลายอย่าง เช่น น้ำมันเคยโฆษณาว่าใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ครีม สบู่ ก็เป็นประโยชน์ แต่ตอนนี้ก็ได้ยินเจ้าหน้าที่เค้าโฆษณาบอกว่ากำลังทำน้ำมันใส่ผมโดยเฉพาะ แต่เรายังไม่ได้ลองใช้ สรรพคุณประการที่สามที่ทางจีนใช้กัน คือทางด้านเภสัชกรรม เป็นประโยชน์ของน้ำมันในเชิงยา ยิ่งทำในระดับนาโนยิ่งดี คือว่าไม่ใช่ตัวยาแท้ แต่จะเป็นส่วนที่นำยาเข้าสู่ร่างกายให้กับผู้ป่วยได้

แต่ว่าเท่าที่จีนแนะนำกับเราว่าถ้าเป็นชาน้ำมันชนิดที่เป็นดอกสีขาว จะทำอาหาร และเครื่องสำอางได้ดี แต่ถ้าจะใช้ฤทธิ์ที่มีสรรพคุณทางยา ก็จะต้องเป็นชนิดดอกสีแดง ซึ่งเราก็กำลังลองดูอยู่ ที่ผ่านมายังไม่สำเร็จ เพราะต้องการอากาศอุณหภูมิที่เย็นกว่าสีขาว และต้องการความสูงมากกว่า ดังนั้นเราจึงจะต้องค้นคว้าด้วยตนเองของนักเกษตรไทย พอได้เมล็ดแล้วเราก็ต้องศึกษากัน ตอนนี้ก็ปลูกมากที่สุดที่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่อำเภอแม่สาย

ผลิตภัณฑ์จากร้าน ภัทรพัฒน์

ปัจจุบัน ประเทศจีนเค้าบอกว่ามีเท่าไหร่ขายเค้าก็ได้ เพราะว่าจีนมีความต้องการสูงมาก แต่ของเราก็พยายามช่วยของเราก่อน โดยที่นักธุรกิจทั้งหลาย ในด้านสปา และด้านอาหารก็เป็นลูกค้าซื้อ แล้วก็ผลิตอาหารออกมาจำหน่าย ขายได้บางช่วง แต่บางทีก็มีผลิตไม่ทัน ก็ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกัน และประชาสัมพันธ์อย่างดีการจัดงานขึ้นมาก็จะได้ทำให้คนรู้จักมากขึ้น การทำเมล็ดชาน้ำมันนี้ ไม่ได้ให้ผลในเชิงธุรกิจอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาชุมชนด้วย ทำให้เกิดรายได้พอสมควร และดูแลรักษาผืนแผ่นดินไทยเอาไว้อย่างดี”

พร้อมกันนี้ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการ “น้ำมันเมล็ดชา” และร้านพันธมิตรที่เข้าร่วมงานฯ อาทิ กรูเมต์ มาร์เก็ต, การบินไทย, ธรรมชาติซีฟู้ดส์, ไทยยามาซากิ, Gourmet One และ Coffee Bean By Dao เป็นต้น

โอกาสนี้ ทรงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ ประกอบด้วยเมนูพระราชทาน 2 รายการ คือ “ไก่นาบกระทะ” และ “ไข่พระอาทิตย์” โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกถึงไข่พระอาทิตย์ในหนังสือว่า “เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 9 เคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์ มี

ผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์ ข้าพเจ้าทูลถาม ทรงเล่าว่าเมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าgrain de riz และเป็นสูตรอาหารที่พระราชโอรสและพระราชธิดาต้องทำเป็นทุกพระองค์”

และทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับไข่พระอาทิตย์ และไก่นาบกระทะ “เหมือนไข่เจียวเราดีๆ นี่เองแต่ว่าใส่ข้าวสุกลงไปไม่ใช่ข้าวเละๆ แต่ต้องเป็นข้าวเนื้อแข็งจะดี ใส่เข้าไป กวนจนเข้ากัน หากรูปร่างข้าวมีลักษณะยาวๆ จะดี ตำรานี้เป็นตำราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ทรงสอนตั้งแต่เล็กๆ ที่บ้านทำเป็นทุกคน ทั้งครอบครัว โดยใส่ส่วนผสมลงไป ปรุงรสตามชอบ น้ำปลา ทอดเหมือนเราทอดไข่เจียวธรรมดา ซึ่งส่วนผสมเมนูไข่พระอาทิตย์ มีข้าวสวย 1 ทัพพี, ไข่ไก่1 ฟอง, น้ำปลา, ซอสปรุงรส และน้ำมันเมล็ดชา

ผลิตภัณฑ์จากร้าน ภัทรพัฒน์

ส่วนไก่นาบกระทะ เป็นตำราที่ได้รับประทานตอนเล็กๆ ไม่ใช่พระเจ้าอยู่หัวแต่เป็นคนอื่นสอน โดยวิธีการนำอกไก่ เอาไปหมัก โดยส่วนผสมมี น้ำมันชา, ซีอิ๊ว, กระเทียม, พริกไทย รากผักชี และบรั่นดีด้วย หมักทิ้งไว้ 1 คืน ที่เราเรียกว่านาบกระทะ เพราะจะเรียกว่าไก่ทอดก็ไม่ใช่ เรานำไก่มานาบกับกระทะทั้ง 2 ข้าง จากนั้นเทไวน์ขาวลงไป รอสักพักแล้วตักใส่จาน”

วรามาศ ภัทรประสิทธิ์, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, ลักขณา นะวิโรจน์

“เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2559 ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ตึก B ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ภายในงานสามารถซื้อน้ำมันเมล็ดชา เครื่องสำอางที่มีน้ำมันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ และ ร้านจันกะผัก ยังสามารถร่วมชิมและชมการสาธิตการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเมล็ดชาจากเชฟชื่อดัง เช่น หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และร้านอาหารชั้นนำ เช่น Coffee Bean by Dao, Thai Peppery และ Happy Beef by M

 

Leave a comment