ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/242342
วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.21 น.

30 ต.ค. 59 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 26 – 28 ต.ค. 59 ทำให้มีน้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีมาก ทำให้เขื่อนเพชร อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นจาก 80 ลบ.ม./วินาที เป็น 130 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เช้าวันที่ 29 ต.ค. 59 ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม โดยพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม คือ พื้นที่ลุ่มต่ำอ.บ้านแหลม
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯได้สั่งการให้เตรียมการแก้ไขปัญหา ซึ่งชลประทานในพื้นที่ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว รวม 30 เครื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในทันที อย่างไรก็ตามร่องความกดอากาศต่ำยังพาดผ่านภาคตะวันตกต่อไปอีกในระยะนี้และจะยังคงทำให้เกิด ฝนตกอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน ได้ประสานไปยังจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้วในแม่น้ำเพชรบุรีต้ังแต่ด้านท้ายเขื่อนเพชรลงไปจนถึงชายทะเลจะไหลผ่านพื้นที่4อำเภอ ได้แก่ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม
รวมถึงในวันที่ 30 ต.ค. 59 กรมชลประทาน ได้ออกประกาศว่ามีฝนตกหนักใน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 59 ทำให้มีน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วง อ.เมือง ถึง อ.บ้านแหลม ระดับน้ำอาจจะใกล้เคียงระดับตลิ่ง พื้นที่ลุ่มต่ำ อ.บ้านแหลม น้ำจะท่วมได้ ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ พร้อมให้การช่วยได้ทันเหตุการณ์
สำหรับสถานการณ์น้ำโดยภาพรวมแม่น้ำเจ้าพระยามีน้ำเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 50 – 100 ลบ.ม./วินาทีซึ่งยังพื้นที่นอกคันกั้นน้ำส่วนใหญ่ยังไม่กลับมาล้นตลิ่ง
แต่มีพื้นที่ต่ำนอกคันกั้นน้ำ 2 จุดที่บ้านบางหลวงโดด จ.พระนครศรีอยุธยา ล้นตลิ่ง 0.04 ม. และบ้านบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต่ำกว่าตลิ่ง 0.55 ม. แต่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
โดยมีปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นที่จ.นครสวรรค์ วัดที่ค่ายจิรประวัติ 1,578 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนเจ้าพระยา 1,167 ลบ.ม./วินาที ส่วนการระบายน้ำเขื่อนป่าสัก 24 ลบ.ม./วินาที อัตราคงเดิม แต่น้ำอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 1,293 ลบ.ม./วินาที มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าการปฎิบัติการฝนหลวงทำต่อเนื่องในเขื่อนภาคอีสาน และภาคใต้ ที่ยังมีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าปี58 โดยเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ทำฝนเติมน้ำเขื่อนลำนางรอง 1.8 แสนลบ.ม มีฝนตกจ.นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ส่วนภาคใต้ เติมน้ำเขื่อนปราณบุรี ได้ 4.66 ล้านลบ.ม. มีฝนตกจ.ประจวบคีรีขันธุ์
ภาพรวมการปฎิบัติการตั้งแต่1 ก.ย.ถึง 29 ต.ค.มีฝนตก26 จ.ได้น้ำเข้าเขื่อน รวม 650 ล้านลบ.ม. อาทิเขื่อนห้วยหลวง 0.87 ล้านลบ.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ 450.6 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำตะคอง 13.54 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำพระเพลิง 24.16 ล้านลบ.ม. เขื่อนมูลบน 21.47 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำแซะ 23.69 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำนางรอง 2.77 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำปลายมาศ 2.478 ล้านลบ.ม. เขื่อนแก่งกระจาน 69.22 ล้านลบ.ม. เขื่อนปราณบรี 16.96 ล้านลบ.ม. เขื่อนบางลาง 14.81 ล้านลบ.ม.