ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241442
วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 มีหน้าที่รับผิดชอบพัฒนาศักยภาพการผลิตพืชในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ช่วยเกษตรกรในด้านการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ซึ่งเกษตรกรมีการใช้ปัจจัยการผลิตที่นับเป็นต้นทุนการผลิตหลายอย่าง อาทิ ต้นกล้า สารเคมี และปุ๋ยเคมี เป็นต้น โดยปุ๋ยเคมีถือเป็นต้นทุนมากกว่า 30% ในการผลิตพืช กรมวิชาการเกษตรและสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 ตระหนักถึงมาตรฐานของปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่มีจำหน่ายในท้องตลาด จึงได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยเคมีที่มีจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอย่างต่อเนื่อง โดยทำการตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยเคมีแม่ปุ๋ยในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อเป็นข้อมูลในการควบคุมคุณภาพปุ๋ยเคมีในท้องตลาดอีกระดับหนึ่ง
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 โดยนักวิชาการของกลุ่มพัฒนาการตรวจสอบพืชและปัจจัยการผลิต ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยเคมีที่มีจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ปี 2555-กันยายน 2559 สูตร 46-0-0 จำนวน 50 ตัวอย่าง สูตร 21-0-0 จำนวน 104 ตัวอย่าง สูตร 0-0-60 จำนวน 150 ตัวอย่าง และสูตร 18-46-0 จำนวน 102 ตัวอย่าง โดยนำมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการทดสอบปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มาตรฐานระดับสากล พบว่า ปุ๋ยเคมีทั้ง 4 สูตร ผ่านมาตรฐาน 100%
ฉะนั้นจึงถือได้ว่าปุ๋ยเคมีที่มีจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เป็นปุ๋ยเคมีที่มีมาตรฐานในระดับสูง ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการพืช ซึ่งปัจจุบันกรมวิชาการเกษตร ได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวกับการผลิตพืช เพื่อเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากการให้ปุ๋ยเชิงเดี่ยวตามค่าวิเคราะห์ใบ พืชจะได้ปริมาณและชนิดของธาตุอาหารเพียงพอตามความต้องพืชจริง ไม่ขาดและมากจนเกินไป จึงถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่า มีรายได้ที่สูงขึ้น และสามารถยกระดับเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพมากขึ้น
ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถส่งตัวอย่างปุ๋ยเคมีหรือปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มาตรวจวิเคราะห์ได้ที่ห้องปฏิบัติการของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน