ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/242717
วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแนวทางแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านทางโครงการตามพระราชดำริต่างๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนเป็นหลัก และการพัฒนาคนเป็นแนวคิด ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องเงินทองและรายได้เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงพฤติกรรมการดำเนินชีวิต โดยใช้หลักคุณธรรม เป็นตัวกำกับและยึดถือ พระองค์ได้ทรงย้ำเสมอว่า
“การตั้งอยู่ในความสัจหรือความจริงส่งผลให้ชีวิตจะไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงการให้คุณค่าในความเป็นมนุษย์จะช่วยให้สังคมสงบสุข เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ถูกที่ควร การให้ความรักความเมตตาต่อกันในมวลหมู่สมาชิกในองค์กร องค์กรก็จะร่มเย็นเป็นสุขมีความเข้มแข็งจนเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้ การปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตด้วยเหตุผล ไม่ทำตามความรู้สึก จะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการทำงานและการดำเนินชีวิต ได้ทำให้สามารถป้องกันความผิดพลาดได้อีกทางหนึ่ง การมีศีลธรรมเป็นข้อปฏิบัติจะไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน การมีจริยธรรมในการประกอบอาชีพจะช่วยยับยั้งชั่งใจให้ประกอบอาชีพสุจริตตามครรลองคลองธรรมไม่มุ่งประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่”
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ท่าน มีความมุ่งเน้นให้ทุกคนประกอบกรรมดีมีชีวิตที่พอเพียง ซึ่งตรงกับความหมายของ “สหกรณ์” ที่ต้องการรวมคนที่ประสบปัญหาเดียวกันมาระดมความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น การร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหา ร่วมกันรับผลประโยชน์ บนพื้นฐานอุดมการณ์ “การช่วยตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

นอกจากนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสหกรณ์การเกษตรเป็นอย่างมาก เนื่องจากสหกรณ์การเกษตร มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิก ดำเนินธุรกิจร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม เพื่อให้สมาชิกและส่วนรวม มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ที่สำคัญ แนวทางการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่พระองค์ได้พระราชทานไว้คือ เศรษฐกิจพอเพียงที่ครอบคลุมถึงทฤษฎีใหม่ โดยทรงสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์หรือการที่ธุรกิจต่างๆ รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพื้นฐานของการแบ่งปัน ช่วยเหลือตามกำลังและความสามารถของตน
ซึ่งจะสามารถทำให้ชุมชนนั้นๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไปหรือไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งและต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณต่อฐานานุรูป
ความมีเหตุผล หมายถึง ทุกการตัดสินใจ การกระทำ การลงทุน ต้องเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล คำนึงถึงเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งภายในและภายนอก
โดยมีความคาดหวังว่าถ้านำความพอประมาณ+ความมีเหตุผล+ความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มารวมกันแล้วจะนำไปสู่ชีวิตที่อยู่เย็นและสังคมที่เป็นสุข ซึ่งเป็นความต้องการของคนทั้งโลก
ทั้งนี้ ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ความรู้ คือ มีความรอบรู้ มีความรอบคอบ และมีความระมัดระวังในการนำความรู้ วิทยาการเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการปฏิบัติคุณธรรม คือ มีความตระหนัก มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร และใช้สติปัญญา ในการดำเนินชีวิต
โดยมีความคาดหวังว่าถ้านำความรู้+คุณธรรม คนที่เก่งมีความรอบรู้จะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม และเมื่อนำความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ความรู้ และคุณธรรม มารวมกัน จะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง มีการดำเนินชีวิตที่ดีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ส่งเสริมขบวนการสหกรณ์ไทย และกลุ่มเกษตรกร น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน สมาชิกสหกรณ์และสมาชิกกลุ่มเกษตรกรมีการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้ “โครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร” ตั้งแต่ปี 2551 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ปี 2559 กองประสานงานโครงการพระราชดำริ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดทำ “โครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์และสถาบันเกษตรกร” ขึ้น น้อมนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน/การปฏิบัติงานในองค์กร การดำเนินชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพอย่างพอเพียง มีความสุขและยั่งยืน โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 149 แห่ง ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 และพื้นที่ 2 สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ 20 ศูนย์ นิคมสหกรณ์ 49 นิคม และศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง จัดกิจกรรมการประยุกต์ใช้แนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารองค์กร
รวมทั้ง ได้คัดเลือกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ร่วมโครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 164 แห่ง มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 3,280 คน เพื่อเข้ารับการศึกษาอบรม ทัศนศึกษา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ในการน้อมนำแนวคิดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดการประกวดผลงานการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นในการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นำแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ ประจำปี 2559 ได้แก่ 1.สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด จังหวัดสระบุรี 2.กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านพระ จังหวัดปราจีนบุรี 3.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านน้ำทรัพย์ จำกัด จังหวัดเพชรบุรี 4.กลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต 5.สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด จังหวัดสงขลา 6.กลุ่มเกษตรกรทำนาบึงเกลือ จังหวัดร้อยเอ็ด 7.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์นาดี จังหวัดอุบลราชธานี 8.สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแจนแลน จำกัด จังหวัดยโสธร 9.สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด จังหวัดน่าน 10.สหกรณ์การเกษตรนิคมบางระกำ จำกัด จังหวัดพิษณุโลก
ทั้งนี้ ผลงานการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2551-2559 มีสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร สมัครใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,429 แห่ง ทั่วประเทศ สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 54,910 ราย/ครอบครัว
สำหรับในปี 2560 กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีแผนการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเป้าหมายดำเนินการ จำนวน 6,140 ราย
ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และขบวนการสหกรณ์ไทย