ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/244010
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียว เป้าหมาย 2 ล้านตัน ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกตามโครงการดังกล่าว คาดว่าจะสามารถดูดซับข้าวเปลือกออกจากระบบได้ 200,000 ตัน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 จะรับซื้อข้าวเปลือกความชื้นไม่เกิน 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 90% ของราคาตลาด ราคาอยู่ที่ 9,500 บาท (ราคาตลาด 11,000 บาท) หากสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมโครงการจะมีค่าเก็บรักษาข้าวเปลือกในยุ้ง ตันละ 1,500 บาท รวม ตันละ 11,000 บาท มีเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว และค่าปรับปรุงคุณภาพ ตันละ 2,000 บาท (ไร่ละ 800 บาท ไม่เกิน 15 ไร่) กรณีขึ้นยุ้ง จะมีรายได้ 13,000 บาท กรณีไม่ขึ้นยุ้งจะมีรายได้ 11,500 บาท
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายข้าวสารจากสหกรณ์ที่นำมาสี บรรจุถุง โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเปิดเป็นจุดจำหน่ายให้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ ขณะนี้มียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 130 ตัน มูลค่า 4.16 ล้านบาท รวมทั้งได้ประสานขอความร่วมมือไปยังภาครัฐภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพื่อเปิดเป็นจุดจำหน่ายข้าวสารอีกหลายแห่ง ส่วนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) ซึ่งจัดงาน “เทศกาลข้าวไทยร่วมใจช่วยชาวนา” ระหว่างวันที่ 5-24 พฤศจิกายน ได้จำหน่ายข้าวสารไปแล้ว 40 ตัน
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังได้รับการประสานจากองค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีความต้องการข้าวสารหอมมะลิจำนวน 780 ตัน ข้าวสาร ขนาดบรรจุ 100 กก./ถุง หรือ 50 กก./ถุง จากสหกรณ์ 6 แห่ง 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และขอนแก่น) เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเข้าพิจารณาในบอร์ดบริหาร และภาคเอกชนอื่นๆ ที่แจ้งความจำนงขอซื้อข้าวสารอีก 4,000 ตัน ซึ่งจะมีการเจรจาในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ หากมีการตอบรับการสั่งซื้อทั้งหมด จะมียอดการขายข้าวสารกว่า 16,000 ตัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การที่จะให้ชาวนามีรายได้ดีขึ้นใน 5 ปี ไม่ได้หมายความว่าตนจะอยู่ทำให้ แต่หมายถึงการวางแผนให้ในระยะยาว ซึ่งน่าจะดีขึ้นภายใน 5 ปี ถ้าเราแก้ไขปัญหาทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง ตนเห็นคำแนะนำมากมายในสื่อ แต่ก็ขอให้กรุณากลับไปย้อนดูว่าตนพูดอะไรไปแล้วบ้างก่อนหน้านี้ แล้วขอให้ดูสิ่งที่ตนกำลังทำ แล้วเขาทำกันหรือยัง และทำกันอยู่ตรงไหนบ้าง ทำกันไปถึงไหน ปัญหาอยู่ที่ว่าทำไมถึงดำเนินการช้า หากท่านมาทำจะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ปัญหาอยู่ที่การสร้างความเข้าใจ ซึ่งเคยขอร้องสื่อให้ช่วยสร้างความเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ขณะเดียวกันเป็นแบบนี้มากี่ปีทำไมเราไม่เอามาเปรียบเทียบกัน
ส่วนบรรยากาศการซื้อขายข้าวสารจากชาวนาในหลายจังหวัดก็ยังเป็นไปอย่างคึกคัก อาทิ ที่ ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.สุรินทร์ ได้ทำการเปิดตลาดนัดจำหน่ายข้าวสารหอมมะลิ จากชาวนา ส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร จากตำบล และอำเภอต่างๆ นำข้าวสารมาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป
นายธวัชชัย เอี่ยมจิตร แกนนำชาวนา อ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า รู้สึกขอบคุณคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่มีมติให้ เริ่มต้นโครงการชะลอการขายข้าวที่เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มภาคกลางปลูกขาย ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำและความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ ซึ่งเมื่อเกษตรกรมีรายได้จากการขายข้าวในราคาที่มีกำไร เศรษฐกิจในภาพรวมก็จะได้รับการกระตุ้นจากกำลังซื้อระดับรากหญ้า ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทาง แต่อยากให้มองถึงความต่อเนื่องและยั่งยืนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากสภาวะที่มีฝนตกหนักในหลายจังหวัด ทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวนาไทยหลายพื้นที่ อาทิ ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ต้นข้าวที่รอเก็บเกี่ยวล้มระเนระนาด เป็นจำนวนมาก บางแห่งในนาข้าวมีน้ำท่วมขัง ส่วนข้าวที่ได้มีการเก็บเกี่ยวก่อนหน้านี้และตากไว้ในนา ได้เปียกฝนด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ข้าวมีความชื้นสูง และต้องตากให้แห้งก่อนที่จะนำไปสี
ที่ จ.นครราชสีมา ขณะนี้ยังคงมีน้ำไหลหลาก และท่วมขัง จำนวน 3 อำเภอ 18 ตำบล 24 หมู่บ้าน ซึ่งทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้น้ำลดระดับอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งสำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป
ส่วนในพื้น อ.นากลาง อ.นาวัง และในเขต อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู รอบนอก น้ำได้ท่วมนาข้าว ของชาวบ้านที่กำลังเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งพืชผลทางการเกษตรอีกหลายชนิด ซึ่งทางสำนักงานเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จ.หนองบัวลำภู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งออกช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว
