ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/243406
วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บรรเจิด นาคย่านยาว
ปัจจัยแรกเริ่มที่สำคัญของการผลิตข้าวให้ออกมามีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ย่อมต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของชาวนาไทยในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้คือขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพ กรมการข้าวจึงได้มีนโยบายการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพใช้เองในกลุ่มและจำหน่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง
นายนคร สอนอุ่น เจ้าพนักงานเกษตรชำนาญงาน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ กรมการข้าว กล่าวว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ดูแลรับผิดชอบโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต ปี 2559 ในการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวและการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมตามระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 2 จุด ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชน หมู่ 2และหมู่ 8 ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ มีสมาชิกรวม 148 ราย พื้นที่ 3,311 ไร่ โดยส่วนของศูนย์ข้าวชุมชนหมู่ 2 เป็นกลุ่มผลิตข้าวคุณภาพดี ส่วนหมู่ 8 จะเน้นเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพเป็นหลัก เนื่องจากจุดนี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมการข้าวจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านคลองกล้วย เมื่อปี 2557 โดยพัฒนามาจากศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ และส่งให้กับสหกรณ์และบริษัทเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นเรื่องศักยภาพการผลิตจึงมีสูงมาก เมื่อมีโครงการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่จึงได้คัดเลือกพื้นที่หมู่ 8 เข้ามาดำเนินการต่อยอดทันที

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ได้เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมนาแปลงใหญ่ของศูนย์ข้าวชุมชน หมู่ 2 และหมู่ 8 โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 1.การบริหารจัดการชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน มีการจัดเวทีชุมชนร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ชี้แจงสร้างความเข้าใจของจุดประสงค์โครงการให้กับสมาชิกรับทราบจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการกลุ่ม เพื่อวางแผนการผลิต จัดการปัจจัยการผลิตและการตลาด โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและสมาชิก 2.กิจกรรมลดต้นทุนการผลิต ด้วยการส่งเสริมการจัดทำแปลงผลิตและใช้เมล็ดพันธุ์ดี โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้กับทางกลุ่ม ส่งเสริมกลุ่มชาวนาผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งเสริมกลุ่มบริหารจัดการศัตรูข้าวร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งเสริมกลุ่มชาวนาผู้ใช้เครื่องจักรกลการเกษตร โดยสนับสนุนเครื่องโรยข้าวงอก เป็นต้น 3.กิจกรรมเพิ่มผลผลิตโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีการจัดทำแปลงเรียนรู้เพื่อสาธิตถ่ายทอดความรู้การลดต้นทุน ทดสอบชุดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ควบคู่กับจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตข้าวคุณภาพ
นายบรรเจิด นาคย่านยาว เลขานุการศูนย์ข้าวชุมชนบ้านคลองกล้วย เล่าว่า จากจุดเริ่มต้นที่ชาวนาบ้านคลองกล้วย ทำนาโดยซื้อเมล็ดพันธุ์จากพ่อค้าทั่วไป มีคุณภาพบ้างไม่มีบ้าง ส่งผลให้เกิดปัญหาข้าววัชพืช ข้าวดีด ข้าวเด้ง จากที่ควรจะได้ผลผลิตไร่ละ 1 ตัน ก็เหลือ 500-600 กก. อีกทั้งระบบทำนาของชาวนาที่นี่จะเน้นทำนาหว่าน ทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาทั้งโรคระบาด ข้าววัชพืชที่แก้ค่อนข้างยาก พอกรมการข้าวโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่เข้ามาจัดตั้งให้เป็นศูนย์ข้าวชุมชน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้เป็นทุนเริ่มต้น ทางกลุ่มก็มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพไว้ใช้และเปลี่ยนวิธีมาทำนาดำทั้งหมด ปัญหาต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลงไป จนกระทั่งกลุ่มมีความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี ส่งขายให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นหมู่บ้านเมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์ส่งเสริมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านคลองกล้วยตามลำดับ เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพไว้ใช้เองในกลุ่มสมาชิก รวมทั้งขายในจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม จากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาหว่านมาเป็นนาดำ และเลิกใช้สารเคมีหันมาควบคุมและกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าวด้วยสารชีวภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเอง เช่น บิวเวอร์เรีย ไตรโครเดอร์มาสารสกัดสะเดา ฮอร์โมนไข่และปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น ช่วยลดต้นทุนการทำนาได้อย่างมาก อีกทั้งลดปัญหาการระบาดของศัตรูข้าวโดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีโรงสีข้าวชุมชน ที่รับสีข้าวให้กับชาวนาฟรี เพราะสิ่งที่โรงสีได้คือของเหลืออย่าง รำ แกลบ สามารถขายได้ทั้งหมด นำมาเป็นค่าไฟฟ้า ค่าแรงงานได้ และยังเหลือกำไรไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 กว่าบาท

สำหรับกิจกรรมนาแปลงใหญ่ที่ได้เข้าร่วมนี้ ก็นำสมาชิกจากศูนย์ข้าวชุมชนมาเข้าร่วมโครงการ แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่เข้าร่วม สมาชิกอาจจะยังไม่เข้าใจในรายละเอียดและวิธีดำเนินงานมากนัก แต่ก็จะพยายามปรับและเรียนรู้กันต่อไป แต่สิ่งสำคัญที่กลุ่มยึดถือคือการผลิตข้าวคุณภาพ ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจสมาชิกว่า การทำนาข้าวคุณภาพแล้วขายข้าวให้กับโรงสีทั่วไปโดยไม่ได้มูลค่าเพิ่มชาวนาก็จะเสียโอกาส ดังนั้นเราต้องหาตลาดที่ต้องการข้าวคุณภาพราคาจะได้สูงขึ้น ต้องวางแผนการผลิตล่วงหน้าตามความต้องการของตลาด และต้องรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็ง สร้างความมั่นคงและยั่งยืนตามเป้าหมายของโครงการนาแปลงใหญ่ ทั้งนี้คาดว่าการดำเนินงานในปีต่อไปของชาวนาบ้านคลองกล้วยจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก