ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245626
วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ชาวนาไฮเทค
ใช้รถตัดหญ้าเกี่ยวข้าว
ดัดแปลงใหม่ลดต้นทุน
ทหารเปิดค่ายทำตลาด
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ร.อ.สุพร ฮุมเปือย ผู้บังคับหมวดกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลที่ 3 ประจำ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 3 อำเภอประกอบด้วย อ.กุฉินารายณ์ อ.นาคู และอ.เขาวง ได้จัดแบ่งกำลังตระเวนไปตามพื้นที่ห่างไกล ถิ่นทุรกันดารต่างๆ เพื่อตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยตามสถานการณ์โดยทั่วไป และช่วงนี้ก็เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของพ่อแม่พี่น้อง จึงได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารในส่วนรับผิดชอบ 14 นาย แบ่งออกเป็น 2 ชุดออกไปช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าวในลักษณะลงแขก เพราะทหารก็เป็นลูกชาวนาการเกี่ยวข้าวไม่ใช่เรื่องใหญ่และเป็นวิถีดั้งเดิมที่ทำได้ตามปกติอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในส่วนของการจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้โดยพื้นเพของชาวบ้านแถบนี้ซึ่งเป็นคนผู้ไทย และเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเขาวง จึงไม่นิยมที่จะใช้รถเกี่ยวข้าวมากนัก
ร.อ.สุรพร ยังกล่าวอีกว่า รูปแบบของการออกช่วยชาวบ้านจะเป็นพบเห็นแล้งลงจอดช่วยเลย แม้ว่าจะไม่มีการร้องขอมาก็ตาม นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการเชิญร่วมลงแขก ครอบครัวผู้ยากไร้ก็ขอให้ไปช่วยเกี่ยวบ้างส่วนนี้ทางกำลังทหารประจำ จ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าไปช่วยอย่างเต็มที่โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ซึ่งยังเป็นผลดีที่ทำให้ทราบถึงปัญหาของชาวนาในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์บอกกับพี่น้องประชาชนให้เลือกชะลอขายข้าวเปลือกในช่วงนี้ไปก่อน หรือหากเป็นไปได้ก็สีขายข้าวสารเอง เพราะคุณภาพข้าวอย่างข้าวเขาวงทั้งข้าวเหนียวและข้าวจ้าว เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากและน่าจะขายได้ราคาสูงกว่าไปขายข้าวเปลือกที่โรงสี หรือเข้าโครงการจำนำยุ้งฉางกับ ธกส.ก็เป็นทางออกทางหนึ่ง
“ ซึ่งพ่อแม่พี่น้องก็ตอบรับเป็นอย่างดี โดยเท่าที่ออกสำรวจพบว่าข้าวเขาวงส่วนใหญ่ยังไม่ออกสู่ตลาด เพราะอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและคาดว่าชาวนาจะเก็บเอาไว้เพื่อสีขายกันเองมากกว่า อย่างไรก็ตามในช่วงกลางคืนที่ยังเป็นช่วงเก็บเกี่ยวและตากข้าวตามลาน และแปลงนา ได้ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำลังอาสาสมัครท้องถิ่น ออกตระเวนรักษาความปลอดภัยป้องกันมิจฉาชีพด้วย”รอ.สุพร กล่าว
ส่วนที่ จ.นครพนม ได้มีเกษตรกรชาวนาต่างพากันเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี เพื่อนำไปขายยังจุดรับซื้อของมณฑลทหารบกที่ 210 กันอย่างคึกคัก ภายหลัง พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงสีเอกชน รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกตามโครงการช่วยเหลือชาวนาที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ทำให้มีเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ จ.นครพนม ต่างเร่งนำข้าวเปลือกมาขาย เพราะจะให้ราคาสูงกว่าจุดรับซื้อตามท้องตลาด โดยจะรับซื้อเฉพาะข้าวเจ้าหอมมะลิ ในราคาประมาณตันละ 12,000-13,000 บาท ตามสภาพความชื้น แต่จะมีการตรวจสอบความชื้นที่มาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่กดราคา ทำให้เกษตรกรได้ขายข้าวในราคาสูงกว่าท้องตลาด จากปกติจะขายได้ประมาณ 9,000-10,000 บาท และจะมีการเปิดรับซื้อไปต่อเนื่องจนกว่าจะหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ส่วนงบประมาณรับซื้อจะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงสีและภาคเอกชนในการเข้ามาช่วยเหลือรับซื้อข้าวในราคาสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน และนำไปสีขายแบบไม่หวังผลกำไรสูง เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอีกรูปแบบ
นายอนันตการ แข็งแรง อายุ 44 ปี เกษตรกรชาวบ้านวังกระแส ต.บ้านผึ้ง จ.นครพนม กล่าวว่า ปีนี้ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ขายได้ตันละไม่ถึง 10,000 บาท แต่ต้นทุน ค่าจ้างแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่าครองชีพสูง แต่ก็ต้องอดทนสู้ทำนาต่อไป เพราะมีอาชีพเดียว มาวันนี้รู้สึกดีใจที่หน่วยงานทหารได้ร่วมกับหลายฝ่ายเปิดจุดรับซื้อข้าวช่วยเหลือชาวนา ทำให้ขายข้าวได้ในราคาสูงกว่าท้องตลาด เพราะมีการดูแลเรื่องปัญหากดราคา รวมถึงมาตรฐานในการรับซื้อ ทำให้ได้ราคาเพิ่มขึ้นจากท้องตลาด แต่ในระยะยาว ฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางดูแลช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของเกษตรกร หากข้าวราคาตกจะกระทบความเป็นอยู่ เป็นหนี้เป็นสินตามมา ขอให้รัฐบาลหาทางแก้ไขปัญหาแบบถาวร
ในขณะที่นายสาคร หวานแรม อายุ 50 ปี ชาวบ้านศรีดอนมูล ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นชาวนาในพื้นที่ได้นำเครื่องตัดหญ้ามาดัดแปลง และใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อใช้เกี่ยวข้าวกลางทุ่งนาของตนเอง ที่ขณะนี้ข้าวในนาซึ่งเป็นข้าวเหนียวได้ออกรวง พร้อมที่จะเกี่ยวแล้ว แต่ตนก็ประสบปัญหาที่ไม่มีเงินมากพอที่จะไปจ้างแรงงานมาเกี่ยวข้าว ซึ่งจะต้องจ้างวันละกว่า 300 บาท และจะต้องมีการเลี้ยงอาหารกลางวันและเย็นอีก จึงไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะจ้างคนมาทำ รวมถึงหากจะต้องเกี่ยวข้าวกับภรรยาเพียง 2 คน ก็เกรงว่าจะไม่ทันการ ดังนั้นจึงนำเครื่องตัดหญ้าที่มีอยู่มาดัดแปลง ด้วยการทำโครงเหล็ก เพื่อกำบังหุ้มใบมีดที่ใช้ตัด เหมือนเป็นการประคองต้นข้าวเวลาตัด เพื่อให้สามารถตัดต้นข้าวได้ดี ไม่กระเด็นเหมือนตัดหญ้าทั่วไป
นายสาครกล่าวว่า ข้อดียังตัดได้เร็วกว่าเคียวเกี่ยวข้าว ที่สำคัญประหยัดเวลาไปได้มาก ซึ่งนาข้าว 1 ไร่ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็ตัดเสร็จ รวงข้าวก็ไม่ได้เสียหาย หรือหลุดออกมามาก ส่วนข้าวที่ล้มลง หากใช้แรงงานคนเกี่ยวก็จะยากพอสมควร ราคาจ้างเกี่ยวข้าวล้มก็แพงสูงขึ้นด้วย แต่ตนก็หมดกังวลแล้วเมื่อเครื่องตัดหญ้าที่ดัดแปลงนี้สามารถตัดต้นข้าวที่ล้มได้ดี ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านแห่งนี้ต่างนำเครื่องตัดหญ้ามาดัดแปลง และใช้เกี่ยวข้าวกันอย่างแพร่หลายแล้ว เพื่อทดแทนแรงงานที่หายาก และมีค่าจ้างต่อวันสูง
