ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ ‘ในหลวง’ ที่คนไทยควรดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/240535

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ความหลากหลายของแผ่นฟิล์มเฉลิมพระเกียรติ เสมือนดอกไม้งดงามที่ถูกสอดแซมด้วยสีสันมากมาย ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะจัดสร้างโดยหน่วยงานใด จะเป็นหนังสั้น-หนังยาว ใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพบเห็นหน้าค่าตามาก่อน หรือแม้แต่หนังในแนวทางที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของผู้กำกับฯ แต่ละคนนั้น เหมือนดั่งลูกแต่ละคนในครอบครัวที่มีความคิด มุมมองและนิสัยใจคอ ผู้เป็น “พ่อ” ย่อมคาดหวังให้ลูกทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างรู้รักสามัคคีและยอมรับในความต่างของพี่กับน้องในครอบครัวเดียวกัน วันนี้ “บันเทิงแนวหน้า” จึงขอนำภาพยนตร์เทิดพระเกียรติที่ไทยควรหามาดูน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ร้อยดวงใจให้พ่อ

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติเรื่อง “ร้อยดวงใจให้พ่อ” นี้เป็นฝีมือการกำกับของ “ศิลปินศิลปาธร” โดยหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นผู้อำนวยการสร้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะประกอบด้วย “หนังสั้น”3 เรื่อง โดย นนทรีย์ นิมิบุตร (เรื่อง “เกษตร…ตะกอน”), พิมพกา โตวีระ (เรื่อง “สุดสะแนน”), อาทิตย์ อัสสรัตน์ (เรื่อง “เพลงชาติไทย”) และแอนิเมชั่น 1 เรื่องที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “รักที่ยิ่งใหญ่” โดย ศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์และ พรรณปพร ศรีสุมานันท์

9 มหัศจรรย์ องค์ราชัน พลังแผ่นดิน

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับการแสดงโดย ภาม รังสี โดยทาง สศร.ให้งบสนับสนุนในการจัดสร้าง เป็นภาพยนตร์แนว Drama Inpriration เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดถึงแรงบันดาลใจที่ได้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ความมหัศจรรย์ทั้ง9 เรื่องสั้น ผสมผสานเป็นเรื่องยาว ประกอบด้วย มหัศจรรย์สามัคคี, มหัศจรรย์เสียงเพลง, มหัศจรรย์แห่งศิลป์, มหัศจรรย์แห่งน้ำ, มหัศจรรย์แห่งรัก, มหัศจรรย์พอเพียง, มหัศจรรย์สีเขียว, มหัศจรรย์พระมหาชนก และมหัศจรรย์ องค์ราชัน พลังแผ่นดิน

ปิดทองหลังพระ

ปิดทองหลังพระ ตอน “ความฝันอันสูงสุด” นี้เป็นภาพยนตร์เรื่องยาวเพียงเรื่องเดียวในโครงการนี้ที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรม ร่วมสมัยให้งบสนับสนุนในการจัดสร้าง ผลงานชิ้นนี้สมชาย เจริญสมบัติ ประธาน บริษัท ไทยเทเลวิชั่น เคยจัดสร้างเป็นละครในนามของ “มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช” มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยแพร่ภาพออกอากาศไปแล้วทางโมเดิร์นไนน์ โครงการ “ปิดทองหลังพระ” นี้เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยทั้งชาติให้ได้รับรู้ถึงความดีของวีรชนผู้กล้า ความเสียสละของทหาร ตำรวจ และครู ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง ผู้กองแคน, หมวดตี้ และครูจูหลิน

“เรื่องเดียวกัน”

“เรื่องเดียวกัน”เป็นผลงานของทีมผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน”  เนื้อหาสื่อถึงความสำนึกของคนไทยทุกคนที่ได้เรียนรู้เรื่องราวพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับ 3 โครงการหลวง ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ, ฟาร์มโคนมพระราชทาน และการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ โดย เหมันต์ เชตมี หนังเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากชีวิตจริงของ “ป้าก้อนดิน” พรรณจันทร์ศาลยาชีวิน (อาสาสมัครดีเด่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ปี พ.ศ.2552) และ “ป้าอ๋อย” นิธิพร เตชะรัฐ เนื้อหาสื่อถึงการทำงานและความเสียสละของเจ้าหน้าที่มูลนิธิราช ประชานุเคราะห์ฯที่ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนชาวไทยในเหตุการณ์ต่างๆ ครั้งหนึ่ง แม่กับลูกชายได้พบกันโดยบังเอิญ เพราะต่างคนต่างลงไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยจาก
เหตุการณ์สึนามิ

ต่อมา เมื่อจะมีการสร้างภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่องดังกล่าวถูกปรับเป็นภาพยนตร์ในแนวดารามาสะเทือนใจ โดยหยิบเอาเหตุการณ์ “พายุไต้ฝุ่นเกย์” (วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2532) ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี เข้าถล่มที่อ.บางสะพานน้อย และบางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่อ.ท่าแซะ และปะทิว ในจังหวัดชุมพร มาทำเรื่องใหม่นี้ กำหนดให้อาสาสมัครมูลนิธิฯ ที่รับบทโดย สินจัย ต้องสูญเสียลูกชายไปขณะที่ไปตั้งค่ายลูกเสืออยู่ที่นั่น ความทุกข์ของแม่ที่สูญเสียลูกในขณะที่ต้องปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน

เหรียญของพ่อ

เหรียญของพ่อ เป็นฝีมือการกับของ นนทรีย์ นิมิบุตรเรื่องราวของตำรวจตระเวนชายแดนที่เสียสละเพื่อประเทศชาติที่เข้าต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติด

อาม่า

อาม่า ภาพยนตร์โดย พิง ลำพระเพลิง ประโยคเด็ดของหนังเรื่องนี้คือ “พระบริบาล แปลว่าอะไร ทำไมคนไทยไม่รู้จัก??”หนังอารมณ์ดีเรื่องนี้สื่อถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวจีนที่อพยพมาอยู่บนแผ่นดินไทย จากที่พูดไทยไม่ชัดโดยผ่านตัวละคร“อาม่า”ที่มานะฝึกฝนจนสามารถร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีได้ กำกับการแสดงโดย พิง ลำพระเพลิง ซึ่งเป็นนามปากกาของ ภูพิงค์พังสะอาด เขาเคยผ่านการเขียนบท, กำกับการแสดงภาพยนตร์และละครเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างงานหนังที่เราคุ้นเคย เช่นโคตรรักเอ็งเลย, คนหิ้วหัว, ฝันโคตรโคตร ส่วนละครโทรทัศน์เช่น เขาวานให้หนูเป็นสายลับ, นางสาวจริงใจกับนายแสนดี, คู่กรรม,ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย, ด้วยแรงอธิษฐาน เป็นต้น

จากฟ้าสู่ดิน

ในช่วงวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2548-2550 “อ๊อฟ” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เป็นบุคคลหนึ่งที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ“ตั้ว” ศรัณยู วงษ์กระจ่าง และวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2553เขาได้ฉายภาพ “พ่อหลวง” ผ่านวลี “ ที่นี่คือ แผ่นดินของพ่อ”บนเวทีการตัดสินรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 และนั่นไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า เขาคือบุคคลที่มีความสำคัญและอยู่ในความทรงจำของเดือนพฤษภาคม 2553

“จากฟ้าสู่ดิน” เป็นเรื่องราวของชาวนาที่ล้มละลายในอาชีพเกษตรกรรม จนต้องขายที่ดินทำกินและเดินทางเข้าสู่สังคมเมืองเพื่อเป็นกรรมกรรับจ้าง ถูกกดขี่ขูดรีดด้วยค่าแรงต่ำกว่าความเป็นจริง

คนล่าเมฆ

ปรัชญา ปิ่นแก้ว บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริฝนหลวง โดยนำเหตุการณ์เมื่อปี 2542 เมืองไทยเกิดวิกฤติฝนแล้งจัด พระเจ้าอยู่หัวทรงทราบข่าว จึงทรงมีรับสั่งให้จัดทีมฝนหลวงพิเศษขึ้นเป็นการด่วนเพื่อช่วยพสกนิกร

แผ่นดินของเรา

“แผ่นดินของเรา” เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีการอัญเชิญพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ท่านจากบทเพลงพระราชนิพนธ์สู่ภาพยนตร์เพลงเต็มรูปแบบ แผ่นดินของเรา หรือ Alexandra เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในลำดับที่ 34(ทรงพระราชนิพนธ์เนื่องในโอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนต์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ.2502 ) ปี 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่าท่วงทำนองไพเราะ น่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

การทำภาพยนตร์เพลงเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นความถนัดของ ยุทธนา มุกดาสนิท อยู่แล้ว เนื่องจากในอดีตเขาเคยทำหนังเพลงอย่าง เทพธิดาบาร์ 21 (พ.ศ. 2521) และ เงิน เงิน เงิน(พ.ศ.2526) รวมถึงละครเวทีอย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ และจุมพิตนางแมงมุม มาแล้ว ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายเมื่อปี 2543 คือ “ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ” จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วเขาได้กลับมารีเมคละครเวทีเรื่อง “สู่ฝันอันยิ่งใหญ่”อีกครั้งตามคำเชื้อเชิญของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ

“คำอธิษฐาน”

“คำอธิษฐาน” นำเสนอภาพความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทย ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด 2 แนวคิด คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย” และ “คนไทยรักในหลวงเพราะสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้แก่ประชาชน” โดยนำเสนอผ่านมุมมองของชาวต่างประเทศที่เห็นถึงความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการแสดงออกในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งพบว่าแทบจะทุกสถานที่ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ร้านค้า ถนน หนทาง รถและเรือโดยสารสาธารณะ จะประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ยายบุญมา”

“ยายบุญมา” เป็นเรื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของราษฎรคนหนึ่ง “ยายบุญมา” ที่มีฐานะยากจน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความช่วยเหลือในการพัฒนา และส่งเสริมอาชีพ ทำให้มีอาชีพที่มั่นคง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์

เป็นการรวมตัว 4 ผู้กำกับฝีมือของเมืองไทย อย่าง นนทรีย์ นิมิบุตร, วัลลภ ประสพผล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และ ยงยุทธ ทองกองทุน เพื่อสร้างภาพยนตร์ 4 เรื่อง จาก 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งแฝงไว้ด้วยปรัชญาการดำเนินชีวิตมากมายหลายต่อหลายเพลงและ 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ 4 ผู้กำกับ ได้นำมาถ่ายทอดเรื่องราวในภาพยนตร์ อาทิ “อมยิ้ม” ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง “ยิ้มสู้” กำกับโดย วัลลภ, “เดอะ ซิงเกอร์” ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง “ชะตาชีวิต” กำกับโดย นนทรีย์,“ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง” ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง “สายฝน”กำกับโดย ภาคภูมิ และ “ดาว” ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง “ความฝันอันสูงสุด” กำกับโดย ยงยุทธ

Leave a comment