ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/244115
เนื่องในวันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “เบาหวาน…รู้จักเพื่อป้องกัน รู้ทันเพื่อควบคุม” ร่วมรณรงค์ให้ความสำคัญในการคัดกรองเบาหวาน โดยมีศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์, นพ.เพชร รอดอารีย์, นพ.เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ และ พ.ต.นพ.สรวิชญ์ สุบุญมาร่วมงานด้วย ณ ห้องแอสเตอร์ 3 โรงแรมเซนต์รีจิสกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
ภายในงาน ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเปิดงานวันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีพร้อมแนะนำให้ความสำคัญในการตรวจคัดกรองระยะเริ่มแรก ทั้งจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นประจำ ส่วนการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานระดับกลูโคสในเลือดนั้น แนะนำให้ทำเฉพาะในกลุ่มความเสี่ยงสูงที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ และกลุ่มที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันเลือดสูงและระดับไขมันในเลือดผิดปกติอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งการประเมินความเสี่ยงเพื่อตรวจกรองหาผู้ป่วยนั้น นอกจากจะช่วยค้นหาผู้ที่มีโอกาสที่จะเป็นเบาหวานในอนาคตและให้การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว ยังช่วยให้ตรวจพบผู้ที่เป็นเบาหวานโดยไม่มีอาการและให้การรักษาแต่เนิ่นๆ

ด้าน นพ.เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อ กล่าวว่า “ภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด เป็นอีกอาการหนึ่งที่มักเกิดกับผู้ป่วยเบาหวานที่รักษาด้วยอินซูลินและยาลดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดกินบางชนิดหรือเมื่อไตเสื่อมหน้าที่ สำหรับอาการของภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดระดับรุนแรงจนผู้ป่วยไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองและต้องอาศัยผู้อื่นช่วยเหลือ หรืออาการรุนแรงมาก เช่น ชัก หมดสติใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกหิว รู้สึกร้อน เหงื่อออกมือสั่น รู้สึกกังวล ความดันโลหิตซิสโตลิคสูงกระสับกระส่าย คลื่นไส้ และชา อาการสมองขาดกลูโคส ได้แก่ อ่อนเพลีย รู้สึกร้อนทั้งที่ผิวหนังเย็นและชื้น อุณหภูมิกายต่ำ มึนงง ปวดศีรษะความบกพร่องของสมรรถนะทางสมอง ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง สับสน ไม่มีสมาธิ ตาพร่ามัวพูดช้า ง่วงซึม หลงลืม พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอัมพฤกษ์ครึ่งซีก คล้ายโรคหลอดเลือดสมอง หมดสติและชัก ซึ่งภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดเกิดขึ้นในแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ได้วิธีการรักษาผู้ป่วยเบาหวานสูงอายุด้วยอินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนีลยูเรีย ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ประเมินสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดการปรับเปลี่ยนชนิดยา ขนาดยา และรูปแบบยารักษาเบาหวานกลุ่มอื่นๆ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดคือ การค้นหาสาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ”
นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเพิ่มเติม “การรักษาเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับความรุนแรงของโรค สภาพร่างกาย และวิถีชีวิตของผู้ป่วย โดยสามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พิจารณาการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้ดังนี้ 1.ความพอประมาณ ให้คำแนะนำการทานอาหารทั้งชนิดและปริมาณที่เหมาะสม การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย2.การมีเหตุผล เลือกใช้ยาอย่างสมเหตุผล ทั้งด้านความรุนแรงของโรค การออกฤทธิ์ ผลข้างเคียงรวมไปถึงราคาที่เหมาะสมทั้งกับผู้ป่วยและสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ 3.การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี นอกจากจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้วยังต้องส่งเสริมให้ผู้ป่วยดูแลตนเองให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีทั้งกายและใจ ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ในอนาคต”
