ธรณีพิโรธเขย่า ’วงแหวนแห่งไฟ’ บ่อย หรือ ‘ซุปเปอร์แผ่นดินไหว’ กำลังมา?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793207

 

หลายประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่า ‘วงแหวนแห่งไฟ’ หรือแนวเส้นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่มาบรรจบกันเป็นรูปเกือกม้า ในมหาสมุทรแปซิฟิก ต้องเผชิญแผ่นดินไหวมากกว่าในพื้นที่อื่นๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือประเทศ ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจาก 2 ประเทศนี้แล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า โลกอาจจะต้องเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไม่ช้านี้


วงแหวนแห่งไฟ

วงแหวนแห่งไฟเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง

จนถึงตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า ‘วงแหวนแห่งไฟ’ อันเป็นแนวเส้นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่บรรจบกันคล้ายรูปเกือกม้าความยาวกว่า 40,000 กม. ลากจากปลายสุดทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ขึ้นไปบนชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือ โค้งผ่านช่องแคบเบริง ลงมายังประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงประเทศนิวซีแลนด์ มันยังรวมไปถึงประเทศวานูอาตู, หมู่เกาะโซโลมอน, ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย ซึ่งแผ่นดินเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลียชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนด้วย

ดร. เบห์ซาด ฟาตาฮี จากสถาบันวิศวกรรมธรณีเทคนิค ‘ยูทีเอส’ กล่าวว่า วงแหวนแห่งไฟเป็นเหมือนเปลือกไข่ที่แตก แผ่นเปลือกโลกที่มาบรรจบกัน ดันและเคลื่อนตัวออกจากกันและกัน นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุด และในสัปดาห์นี้ ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้งตามแนวเส้นนี้ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ตามรายงานของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส (ส่วนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ระบุความรุนแรงไว้ที่ระดับ 7.4) ตามด้วยคลื่นสึนามิ เมื่อ 22 พ.ย.


ความเสียหายในกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 14 พ.ย.

ในเช้าวันเดียวกัน นิวซีแลนด์ก็สั่นสะเทือนด้วยแผ่นดินไหวความรุนแรงระหว่าง 6.1-6.3 ที่เกาะเหนือ เพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจากเกาะใต้เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.8 เมื่อ 14 พ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยนิวซีแลนด์เผชิญแผ่นดินไหวมากกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากแผ่นดินไหวระดับ 7.1 ในเดือนก.ย.ปี 2010 ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ทำให้เกิดรอยเลื่อนใหม่ขึ้นมา

เปรูก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟและเพิ่งเผชิญแผ่นไหวระดับ 5.3 ไปเมื่อเดือน ส.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ทำลายบ้านเรือนกว่า 50 หลัง และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.5 ที่ประเทศอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตาม ดร.ฟาตาฮีระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวที่สุด เพราะตั้งอยู่ในจุดที่แผ่นเปลือกโลก 4 แผ่นมาบรรจบกัน


คลื่นพัดเข้าหาชายฝั่งใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

น่าตกใจ แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นไม่ใช่แผ่นดินไหวหลัก

เพียงไม่กี่วันหลังเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ผ่าน ทางการญี่ปุ่นออกมาระบุว่า แผ่นดินไหวลูกนี้ เป็นอาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวระดับ 9.0 ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค. 2011 หรือ 5 ปีก่อน ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 10 ม. ซึ่งเข้าสู่ชายฝั่ง หายนภัยทั้ง 2 อย่างทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 18,000 คน และทำให้เกิดกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เมื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ หลอมละลาย

หลายคนคงสงสัยว่า อาฟเตอร์ช็อกสามารถเกิดขึ้นห่างจากแผ่นดินไหวหลักได้นานถึง 5 ปีเชียวหรือ? ซึ่งเรื่องนี้ ศ. มาร์ธา ซาเวจ ศาสตราจารย์วิชาธรณีฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ในกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในญี่ปุ่นระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติมากนักที่อาฟเตอร์ช็อกเกิดหลังจากแผ่นดินไหวหลักหลายปี

นิยามของอาฟเตอร์ช็อกคือ แผ่นดินไหวขนาดเล็กกว่าลูกใดก็ตามที่เกิดขึ้นหลังจากแผ่นดินไหวลูกใหญ่ที่เกิดในพื้นที่เดียวกัน โดยอาฟเตอร์ช็อกล่าสุดที่ญี่ปุ่น เป็นผลมาจากรอยเลื่อนซึ่งทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่โทโฮคุ เลื่อนไปมากถึง 50 ม.ในคราวเดียว ในขณะที่แผ่นฯ มหาสมุทรแปซิฟิกมุดเข้าไปใต้แผ่นฯ ทวีปที่ญี่ปุ่นตั้งอยู่ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 30 ม. ในบางพื้นที่ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2011 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ความกดดันของแผ่นเปลือกโลกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปลดปล่อยออกมาในวันอังคาร

ปรากฏการณ์คล้ายกันนี้ยังปรากฏในพื้นที่อื่นๆ เช่นที่นิวซีแลนด์ ซึ่งแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อ 14 พ.ย. ทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายพันครั้งแล้ว และบางลูกมีความรุนแรงเกินระดับ 6, เขต นาปา เคาน์ตี ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวลูกใหญ่เมื่อส.ค. 2014 และเจออาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 4,600 ครั้งแล้วจนถึงตอนนี้ หรือที่เมืองเมสซินาของอิตาลี พวกเขาเผชิญแผ่นดินไหวระดับ 7.5 เมื่อปี 1908 และจนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วเกือบ 100 ปี ศ.ซาเวจยังพบว่า พื้นที่แถบนี้มีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวสูงกว่าพื้นที่โดยรอบเสียอีก


แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้หนังสือในห้องสมุดญี่ปุ่นตกกระจัดกระจาย

หรือ ซุปเปอร์แผ่นดินไหว กำลังจะมา?

แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เกิดกระแสความวิตกกังวลว่าโลกอาจจะต้องเผชิญกับ ‘ซุปเปอร์แผ่นดินไหว’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Big One’ ในเร็วๆ นี้

ชื่อ The Big One สื่อถึงแผ่นดินไหวรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันตกของอเมริกาเหนือหรือญี่ปุ่น โดยการทำนายเกี่ยวกับ The Big One ลูกใหม่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน โดยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ‘Nature’ พบว่า ความเค้นของรอยเลื่อน แซน แอนเดรียส ใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงระดับเพียงพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าระดับ 7 และผลการตรวจสอบล่าสุดชี้ว่า รอยเลื่อนนี้มีศักยภาพพอจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 8.3 แต่จนถึงตอนนี้แผ่นดินไหวรุนแรงที่ว่ายังไม่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า โลกอาจจะต้องเผชิญ ซุปเปอร์แผ่นดินไหว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยตามการเปิดเผยของ ดร.ฟาตาฮี ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อออสเตรเลียเมื่อเดือนส.ค. มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ที่แผ่นดินไหวที่มีระดับแรงสั่นสะเทือนสูงกว่า จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

“มีแผ่นดินไหวระดับ 6 หรือมากกว่าหลายลูกที่ยังไม่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง, อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ทั้งที่เลยกำหนดเวลาเกิดของมันแล้ว และมีรอยเลื่อนบางรอยที่ไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานของพวกมันออกมาสักพักหนึ่งแล้ว” ดร.ฟาตาฮีกล่าว “คำถามไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เป็นจะเกิดขึ้นเมื่อไร”


เนปาลยังคงซ่อมแซมความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน

ดร.ฟาตาฮีกล่าวด้วยว่า มีช่วงเวลาที่เรียกว่า ‘ช่วงคืนกลับ’ (return period) ของแผ่นดินไหว และแผ่นดินไหวที่ไม่เกิดขึ้นในเวลาที่คาดการณ์เอาไว้จะกลับมาเกิดอย่างรุนแรงยิ่งกว่า เช่นแผ่นดินไหวระดับ 7.8 ที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาลเมื่อเดือนเม.ย. ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 8,000 คน

“คุณคาดการณ์ว่า รอยเลื่อนหนึ่งๆ จะเคลื่อนไหวทุกๆ 100 หรือ 500 ปี แต่หากช่วงเวลามันยาวนานกว่าที่คิด เราก็คาดว่าจะเจอกับแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนระดับสูง ดูตัวอย่างในแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สิ บางครั้งมันเลยกำหนดการเกิดนานมากๆ ตอนนี้ช่วงคืนกลับก็ผ่านพ้นไปแล้ว แต่แผ่นดินไหวหลายลูกก็ยังไม่เกิดขึ้น เราจึงได้แค่รอให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น”

 

Leave a comment