นายกฯ อิตาลีประกาศลาออก หลังพ่ายยับประชามติปฏิรูปรัฐสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ธ.ค. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802776

 

มัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลีประกาศเรื่องการลาออกจากตำแหน่งแล้ว ตามสัญญา หลังจากเขาพ่ายแพ้ย่อยยับในการลงคะแนนเสียงประชามติปฏิรูปรัฐสภาที่เขาเป็นผู้ผลักดันเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งแล้วในวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. หลังจากผลการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งมีการปฏิรูปรัฐสภาที่เขาเป็นคนผลักดันเมื่อวันอาทิตย์ ออกมาว่า มีผู้โหวตไม่สนับสนุนถึง 60% ต่อยอมรับ 40% จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 70% จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด โดยล่าสุดเขาเดินทางเข้าพบประธานาธิบดี แซร์จิโอ มัตตาเรลลา แล้ว เพื่อหาทางผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนหลังจากเขาลงจากอำนาจ

อย่างไรก็ตามนายเรนซี ยังไม่ยืนหนังสือลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกว่าจะร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในเวลา 18:30น. วันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 00:30น. วันอังคารตามเวลาไทย) โดยมีความเป็นไปได้ว่าหลังจากนายเรนซีลงจากตำแหน่ง ประธานาธิบดีอาจแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการนำโดยพรรคประชาธิปไตยของนายเรนซี ให้บริหารประเทศไปจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งในปี 2018

ทั้งนี้ นายกฯ เรนซีใช้ตำแหน่งของตัวเองเป็นเดิมพันในการลงประชามติครั้งนี้ โดยต้องการจะลดอำนาจของวุฒิสภาซึ่งปัจจุบันมีเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรลง ด้วยการลดจำนวนสมาชิกลงจาก 315 คน เหลือเพียง 100 คน เพื่อให้กระบวนการออกกฎหมายที่ยุ่งยากมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยออกมาโต้แย้งว่า การปฏิรูปนี้เป็นการให้อำนวจนายกรัฐมนตรีมากเกินไป

การลงประชามติครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของกลุ่มรณรงค์โหวตโน ซึ่งเป็นการรวมกันของพรรคสายประชานิยมนำโดยพรรค ขบวนการ 5 ดาว ที่ต้องการให้อิตาลีออกจากกลุ่มยูโรโซน (แต่ยังอยู่ในสหภาพยุโรป) และกลุ่มที่ไม่พอใจปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาและปัญหาผู้อพยพ

ผลประชามติยังถูกมองว่าเป็นผลเสียต่อสหภาพยุโรป แต่นักการเมืองในแสดงท่าที่สงบต่อผลลัพธ์ที่ออกมา และยืนยันว่าจะไม่มีวิกฤติใดๆ เกิดขึ้น เช่นนาย เยอรูน ดิสเซลบลูม ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป ที่ระบุว่า จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจริงๆ ในอิตาลีหรือธนาคารของอิตาลี ปัญหาที่มีในวันนี้ก็คือปัญหาที่มีอยู่แล้วเมื่อวาน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวของอิตาลี เนื่องจากธนาคารของอิตาลียังคงอ่อนแอ และประเทศมีหนีสินถึง 133% ของอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มยูโรโซนรองจากกรีซ หมายความว่า ธนาคารหลายแห่งของแดนมักกะโรนีจำเป็นต้องมีการ รีไฟแนนซ์ หรือ การกู้เงินก้อนใหม่เพื่อนำไปใช้คืนหนี้ก้อนเก่า แต่การแก้ปัญหาในภาคธนาคารท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

 

Leave a comment