9 บิ๊กแชโบลแจงบริจาคฉาว-ปัดแลกผลประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ธ.ค. 2559 03:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803797

 

ประธานกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ 9 บริษัทหรือ “แชโบล” รวมทั้งซัมซุง ล็อตเตและฮุนได ซึ่งครอบครองรายได้กว่า 50% ของเกาหลีใต้ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก เข้าให้ปากคำต่อกรรมาธิการสภาผู้แทนฯในกรุงโซลเมื่อ 6 ธ.ค.ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนคดีคอร์รัปชันสุดอื้อฉาวซึ่งสะเทือนถึงอำนาจประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ จากข้อกล่าวหาปล่อยให้นางชเว ซูน-ซิล เพื่อนสนิท แทรกแซงกิจการรัฐและหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ผู้นำปาร์กยังต้องลุ้นญัตติกระบวนการถอดถอน (อิมพีชเมนต์) ในรัฐสภาใน 9 ธ.ค.นี้ด้วย

ขณะให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการฯซึ่งถือเป็นครั้งแรกและมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ด้วย ผู้นำของกลุ่มแชโบลทั้ง 9 บริษัท ยอมรับบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เข้ามูลนิธิที่นางชเว ซูน-ซิลตั้งขึ้น แต่ไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์

นายฮู ชาง-ซู ประธานจีเอส กรุ๊ป ทำธุรกิจหลายแขนงตั้งแต่พลังงานไปจนถึงค้าปลีก ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธหากรัฐบาลร้องขอ ขณะที่นายลี แจ-ยัง รองประธานและลูกชายผู้ก่อตั้งเครือบริษัทซัมซุง กรุ๊ป เผยว่า ผู้นำปาร์กเคยร้องขอให้ช่วยสนับสนุนโครงการด้านวัฒนธรรมและกีฬาแต่ไม่ได้ระบุยอดเงินที่ชัดเจน ทั้งนี้ ซัมซุงเป็นบริษัทที่บริจาคเงินเข้ามูลนิธิที่นางชเวตั้งขึ้นมากที่สุดคือ 17.46 ล้านดอลลาร์ (ราว 611.1 ล้านบาท)

นายลียังถูกคณะกรรมาธิการฯ เค้นสอบกรณีซัมซุงถูกกล่าวหาบริจาคเงินแลกกับการสนับสนุนการควบคุมรวมกิจการเพื่อกระชับฐานอำนาจนายลีในบริษัทซัมซุง ซึ่งเขาปฏิเสธและว่าไม่เคยบริจาคเพื่อแลกผลประโยชน์ นายลียอมรับได้จัดหาม้าชั้นดี 1 ตัว มูลค่า 855,000 ดอลลาร์ (ราว 29,925,000 บาท) แก่ลูกสาวนางชเว ซึ่งเป็นนักแข่งม้าอาชีพ และรู้สึกเสียใจ ขอโทษที่ซัมซุงเกี่ยวข้องเรื่องอื้อฉาว และจะรับผิดชอบทุกอย่างหากมีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้น

“แชโบล” มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ทำงานใกล้ชิดรัฐบาลเพื่อฟื้นฟูประเทศจากสงครามเกาหลีช่วงปี 2493-96 ปัจจุบันถูกมองเป็นกลุ่มทรงอิทธิพลและเรียกร้องให้ปฏิรูปเพื่อเสริมบรรษัทภิบาลและความโปร่งใส

วันเดียวกัน ผู้นำปักได้กล่าวกับนายชุง จิน-ซุก ผู้นำ ส.ส.พรรครัฐบาล “แซนูรี” ในรัฐสภา ที่เข้าพบและชี้แจงเรื่องที่พรรคแซนูรีต้องเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยสนับสนุนผู้นำปาร์กลาออกโดยสมัครใจในเดือน เม.ย.ปีหน้า เพราะกระแสกดดันจากสาธารณะ โดยผู้นำปาร์กเข้าใจและว่าจะยอมรับผลการอิมพีชเมนต์ซึ่งหากผ่านสภาแล้วยังต้องรอไฟเขียวจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะดำเนินการไปทางใดทางหนึ่งได้.

 

Leave a comment