ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806027

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เตรียมใช้จ่ายงบประมาณจำนวนราว 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.14 แสนล้านบาท) ในโครงการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 รุ่นใหม่ของบริษัท โบอิ้ง 2 ลำเพื่อมาใช้เป็น ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ เครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีแดนลุงแซมลำใหม่ แทนที่ลำเดิมซึ่งใช้งานมานานหลายสิบปีแล้ว
แต่ทว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวรัฐนิวยอร์ก และว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 แห่งสหรัฐอเมริกา ออกอาการไม่ปลื้มกับความคิดนี้ และออกมาเสนอแนะว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรจะยกเลิกการสั่งซื้อเครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้ เพราะราคาแพงเกินไป
เรื่องที่ทรัมป์พูดอาจเป็นความจริง เพราะหากเป็นสายการบินทั่วไป พวกเขาต้องการเงินราว 378.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.35 หมื่นล้านบาท) ก็สามารถซื้อโบอิ้ง 747-8 ได้ 1 ลำ แล้วทำไม แอร์ฟอร์ซวัน จึงมีราคาสูงนัก ที่มาแห่งความแพงของเครื่องบินซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในโลกลำนี้อยู่ตรงไหน?

เปลี่ยนจาก 747-200 เป็น 747-8
สหรัฐฯ ตั้งใจจะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 มาแทนลำเก่าคือ โบอิ้ง 747-200 ที่ใช้มานานเกือบ 30 ปี โดยโบอิ้ง 747-8 เป็นแบบล่าสุดของ บ.โดยสารในตระกูล 747 ที่โบอิ้งผลิตขึ้น มีการปรับปรุงลำตัวให้ยาวขึ้น จาก 231 ฟุต 10 นิ้ว ของโบอิ้ง 747-200 เป็น 250 ฟุต 2 นิ้ว ปีกที่ออกแบบใหม่ยาวกว่า โบอิ้ง 747-200 อยู่ 29 ฟุต ลดแรงต้านของอากาศ ใช้เครื่องยนต์ GEnx-2B ถึง 4 เครื่อง อันเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ส ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง เสียงรบกวนลดลง
โบอิ้ง 787-8 ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่ารุ่นก่อน โดยจะปล่อยออกมา 18 ตันต่อ 1 เที่ยวบิน เครื่องบินลำนี้ยังถือเป็นเครื่องบินโดยสารที่บินได้เร็วที่สุดในโลก โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 0.855 มัค ขณะที่พิสัยการเดินทางยาวไกล สามารถเดินทางจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปจนถึงเกาะฮ่องกง ระยะทาง 7,730 ไมล์ ได้โดยไม่ต้องหยุดพัก ขณะที่ โบอิ้ง 747-200 สามารถบินไกลสุดจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.- กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ด้วยระยะทาง 6,735 ไมล์ เท่านั้น
โบอิ้ง 787-8 ยังบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น โดยบรรทุกได้ 987,000 ปอนด์ มากกว่าโบอิ้ง 747-200 ที่บรรทุกได้ 833,00 ปอนด์เท่านั้น

มีศักยภาพเท่าเครื่องบินกองทัพ
แอร์ ฟอร์ซ วัน ในทางเทคนิคแล้วไม่ใช่เครื่องบิน แต่เป็นชื่อเรียก ซึ่งมอบให้แก่อากาศยานของกองทัพอากาศใดๆ ที่ประธานาธิบดีโดยสาร โดยในปัจจุบันชื่อนี้ใช้สื่อถึง เครื่องบินโบอิ้ง 747-200 รุ่นดัดแปลง ที่ผู้นำสหรัฐฯ ใช้มาตั้งแต่ยุคปี 1990 เพราะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ค่อยได้เดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินใดๆ
แต่บอกว่าประธานาธิบดีใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747-200 อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะจริงๆ แล้ว เครื่องบินที่ใช้เป็น แอร์ฟอร์ซวัน คือเครื่องบิน โบอิ้ง วีซี-25เอ (VC-25A) หรือ โบอิ้ง 747-200 เวอร์ชั่นของกองทัพต่างหาก โดยได้รับการดัดแปลงให้กลายเป็นสิ่งที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เรียกว่า ‘ศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่’ ในสถานการณ์ที่เกิดการโจมตีต่อสหรัฐฯ
ข้อมูลจากบัญชีงบประมาณสำหรับการซื้อเครื่องบินลำใหม่ ค่าใช้จ่ายรวมไปถึงการยกระดับระบบไฟฟ้าทั้งหมดภายในเครื่องให้เป็นระดับกองทัพ และมีระบบพลังงานสำรอง 2 เครื่อง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทำให้ แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่มีศักยภาพสามารถป้องกันการโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (อีเอ็มพี) ซึ่งเป็นระเบิดพลังงานชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้ อีเอ็นพี ยังสามารถเกิดจากผลข้างเคียงของการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ในอากาศที่ระดับสูงอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาในส่วนอื่นๆ เช่นอุปกรณ์การสื่อสารเกรดกองทัพ และระบบป้องกันตนเอง ซึ่งอาจหมายถึงระบบตอบโต้ด้วยไฟฟ้าเพื่อสกัดขีปนาวุธ แต่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนหางของ แอร์ฟอร์ซวัน ลำที่ใช้ในปัจจุบัน ก็ยังเป็นปริศนาว่าอะไรอยู่ภายในกันแน่
การอัพเกรดทั้งหมดทั้งมวลนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่ถูกๆ และอันที่จริงการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 จำนวน 2 ลำ เป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการเปลี่ยน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ เท่านั้น และต้องรอให้การซื้อเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นการออกแบบจริงๆ จึงจะเริ่มขึ้น ซึ่งงบประมาณที่ประเมินไว้ที่ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ใหญ่กว่าและดีกว่าเครื่องบินส่วนตัวของทรัมป์
นายทรัมป์ ผู้จะรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปในวันที่ 20 ม.ค. ปีหน้า เคยคุยโวเอาไว้กับนิตยสาร ‘โรลลิง สโตน’ เมื่อปี 2015 ว่า เครื่องบินส่วนตัวของเขาซึ่งเป็นเครื่อง โบอิ้ง 757 ใหญ่กว่า แอร์ฟอร์ซวัน ซึ่งด้อยกว่าเครื่องบินของเขาทุกด้าน
แต่ในความเป็นจริงแล้วโบอิ้ง 757-200 ของทรัมป์ เล็กกว่าแอร์ฟอร์ซวันในทุกมิติ จากข้อมูลของบริษัท โบอิ้ง แอร์ฟอร์ซวันลำปัจจุบันมีความยาว 231 ฟุต 10 นิ้ว และมีความยาวระหว่างปีก 2 ข้างมากกว่า 195 ฟุต ขณะที่เครื่องบินส่วนตัวของทรัมป์ยาวเพียง 155 ฟุต และมีความยาวระหว่างปีกแค่ 134 ฟุต ไม่ต้องพูดถึง โบอิ้ง 747-8 ที่ใหญ่กว่าแอร์ฟอร์ซวันที่ใช้อยู่เสียอีก
แอร์ฟอร์ซวันยังเหนือกว่าเครื่องบินส่วนตัวของทรัมป์ในเรื่องพลังการบินด้วย โดยเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลำนี้ สามารถบินได้ไกลกว่าเครื่องบินส่วนใหญ่ และอย่างที่ระบุไว้ข้างต้นว่า โบอิ้ง 747-8 ที่จะมาเป็นแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ สามารถบินจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถึงฮ่องกงได้โดยไม่ต้องหยุดพัก และยังสามารถเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้อีก ทำให้ทำเนียบขาวอ้างว่า เครื่องบินลำนี้มีระยะการบินไร้ขีดจำกัด

ให้ความรู้สึกของการเป็นประธานาธิบดี
ถึงแม้ว่า แอร์ฟอร์ซวัน จะไม่มีเข็มขัดนิรภัยหัวทองคำเหมือนเครื่องบินส่วนตัวสุดหรูของทรัมป์ แต่มันยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่บ่งบอกว่า นี่เป็นเครื่องบินของผู้นำสหรัฐฯ
ภายในของแอร์ฟอร์ซวันลำปัจจุบันมี 3 ชั้น และพื้นที่ใช้สอยขนาดราว 400 ตร.ม. ซึ่งรวมถึง ห้องทำงานส่วนตัวของประธานาธิบดี, ห้องประชุม แม้กระทั่งโรงยิม นอกจากนี้ยังมีห้องครัว 2 ห้องพร้อมทีมเชฟ และอาหารเพียงพอสำหรับ 100 คน ซึ่งจัดเตรียมโดยพ่อครัวของกองทัพและปิดผนึกวัตถุดิบทั้งหมดเอาไว้อย่างปลอดภัย
นักข่าวสามารถเดินทางไปพร้อมกับประธานาธิบดีได้เที่ยวละ 13 คน โดยจะต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยอารักขาประธานาธิบดีอย่างละเอียดสุดๆ ก่อนจะขึ้นบิน และพวกเขาจะถูกนำไปรวมตัวกันอยู่ในส่วนที่เรียกว่า ‘ฟองสบู่’ ที่มีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธจากหน่วยอารักาขาประธานาธิบดีประจำอยู่ 1 นาย และถูกควบคุมการเคลื่อนย้ายทั้งหมดตลอดการเดินทาง
ส่วนที่เป็นพื้นที่ของประธานาธิบดีซึ่งอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องสามารถเข้าได้โดยผ่านทางเดินเพียงทางเดียว ที่มีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีนั่งเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เครื่องบินลำนี้ยังมีห้องพยาบาลที่สามารถใช้เป็นห้องผ่าตัด และมีแพทย์อยู่บนเครื่องอย่างน้อย 1 คน

บินเที่ยวเดียวก็แพงแล้ว
องค์ประกอบเหล่านี้ แน่นอนว่าเป็นการเพิ่มค้าใช้จ่ายในงบประมาณสำหรับเครื่องบินส่วนตัวของผู้นำสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของแอร์ฟอร์ซวันยังสูงลิ่ว โดยตัวเลขการประเมินสูงสุดตก ‘ชั่วโมง’ ละ 180,000-200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 6.4 ล้าน-7.1 ล้านบาท)
เรื่องค่าใช้จ่ายในการบินเป็นเรื่องที่นายทรัมป์ใช้โจมตีประธานาธิบดีโอบามา ที่นั่งแอร์ฟอร์ซวันไปช่วยหาเสียงให้แก่นางฮิลลารี คลินตัน ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี แม้นางคลินตันจะบอกกว่าทีมหาเสียงของเธอจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เองก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าทรัมป์จะยกเลิกหรือสานต่อโครงการเปลี่ยน แอร์ ฟอร์ซ วัน ก็มีความเป็นไปได้สูงอยู่แล้วที่เขาจะไม่ได้นั่งเครื่องบินที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของสหรัฐฯ ลำนี้ เนื่องจากมันมีกำหนดเข้าประจำการราวๆ ปี 2024 ซึ่งทรัมป์จะมีโอกาสได้นั่งแอร์ ฟอร์ซ วันลำใหม่ก็ต่อเมื่อ เขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปี 2020 เท่านั้น