ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 12:26
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809781

(ภาพประกอบ:เครื่องบิน F-35 Lightning ll )
บริษัทล็อกฮีด มาร์ตินงานเข้า หุ้นร่วง 5% หลังเจอโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ ทวีตข้อความติง โครงการสร้างเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 แพงเกินไป จนนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ที่พยายามจะหั่นงบฟุ่มเฟือยของรัฐบาลลง
เมื่อ 13 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ขยับอีก ออกมาท้วงติงเรื่องราคาของโครงการเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ซึ่งสร้างโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน แพงเกินไป หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ เพิ่งทำให้บริษัทผลิตเครื่องบิน อย่างบริษัทโบอิ้งต้องอึ้งมาแล้ว ด้วยการทวีตข้อความแสดงความเห็นว่า สมควรจะยกเลิกคำสั่งซื้อเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โบอิ้ง 747 ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ (Air Force One) ลำใหม่ เนื่องจากราคาในการก่อสร้างบานปลายอยู่เหนือการควบคุม เพราะสูงถึงกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณกว่า 140,000 ล้านบาท)
‘โครงการสร้าง F-35 ราคาอยู่นอกเหนือการควบคุม’ ทรัมป์ใช้วิธีทวีตข้อความผ่านทางออนไลน์เช่นกัน โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวของทรัมป์ต่อโครงการสร้างยุทโธปกรณ์ของกองทัพในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งที่ 2 ต่อการเดินเครื่องรณรงค์ลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยของภาครัฐลง ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับผู้สนับสนุนตอนหาเสียง โดยทรัมป์ยังชี้ว่า เงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ สามารถจะประหยัดลงได้ หลังจากวันที่ 20 เดือนมกราคม (ปีหน้า) ซึ่งเป็นวันที่เขาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ สืบต่อจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา

รอยเตอร์แจ้งว่า การออกมาแสดงความเห็นของทรัมป์ต่อโครงการสร้างเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทล็อกฮีด มาร์ตินในสหรัฐฯ บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ตกฮวบลงไป 5% หลังตลาดหุ้นเปิดทำการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ นายเจฟฟ์ บาบิโอเน หัวหน้าโครงการสร้างเอฟ-35 ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน กล่าวว่า ทางบริษัทล็อกฮีดได้ลงทุนในการหาทางลดต้นทุนการสร้างเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ลงไปได้มากถึง 60% จากราคาในตอนแรกที่คาดประมาณกันไว้ โดยโครงการของเราจะมีมูลค่าประมาณ 85 ล้านดอลลาร์ ในกรอบของช่วงเวลาปี ค.ศ.2019 หรือ 2020.