‘ปูติน’แชมป์อีก ทรงอิทธิพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 08:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812872

 

ฟอร์บส์ยกทรัมป์ที่2 แมร์เคิล3-สีจนผิง4

“นิตยสารฟอร์บส์” จัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกปี 2559 ยก “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง ติดอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยเหตุผลเป็นผู้ขยายอำนาจรัสเซียไปเกือบทั้งโลก แม้แต่การเลือกตั้งสหรัฐฯครั้งล่าสุดยังโดนโยงไปเอี่ยว ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นพรวดจากอันดับที่ 70 เมื่อปีกลาย มาอยู่อันดับ 2 ในปีนี้ เขี่ย “บารัค โอบามา” ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตผู้นำ ร่วงไปอยู่อันดับที่ 48 ขณะที่หญิงแกร่งแห่งเยอรมนี “แองเกลา แมร์เคิล” รั้งอันดับ 3 ตามด้วย ปธน.จีน “สี จิ้นผิง” “โป๊ปฟรานซิสแห่งวาติกัน” อยู่อันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.เว็บไซต์ของ “ฟอร์บส์” นิตยสารสายธุรกิจการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานอันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกประจำปี 2559 จำนวน 74 คน โดยพิจารณาการจัดอันดับบุคคลในหลากหลายวงการรวมทั้งผู้นำประเทศและผู้นำธุรกิจทั่วโลก ประเมินขอบข่ายอิทธิพลหรือการใช้อิทธิพลของบุคคลนั้นๆ ที่ส่งผลต่อคนจำนวนมากเช่นเดียวกับมูลค่าหรือปริมาณทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งปีนี้ฟอร์บส์ยกให้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก และ เป็นการครองอันดับผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

ฟอร์บส์ระบุถึงเหตุผลที่เลือกผู้นำรัสเซีย วัย 64 ปี เป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ประจำปี 2559 เพราะเป็นผู้นำที่แผ่ขยายอำนาจอิทธิพลของรัสเซียไปในเกือบทุกมุมของโลก ตั้งแต่ในรัสเซียบ้านเกิดไปจนถึงสงครามกลางเมืองซีเรียและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เหนือขอบเขตบรรทัดฐานสากล และยังขยายอิทธิพลมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าอยากได้อะไรก็ได้ดังหวัง

ส่วนผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ลำดับที่ 2 ฟอร์บส์ยกให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าบ้าบิ่น และว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ วัย 70 ปี แม้การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีที่แล้ว ทรัมป์ยังอยู่ในกลุ่มท้ายๆ คือลำดับที่ 72 โดยเหตุผลที่ ทรัมป์ ผงาดขึ้นมาอยู่เกือบหัวตาราง ฟอร์บส์เผยว่า เพราะเป็นคนมีภูมิคุ้มกันจากเรื่องอื้อฉาวต่างๆนานาแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ ได้แรงสนับสนุนอย่างดีจากสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา อีกทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินส่วนตัวเป็นหลักพันล้านดอลลาร์

ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก อันดับ 3 ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่ง แองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี วัย 62 ปี ผู้กุมบังเหียนปกครองเยอรมนี ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายใหญ่ฝั่งยุโรปมากว่า 11 ปี และเพิ่งประกาศจะลงสมัครเลือกตั้งต่อในปีหน้าด้วย ส่วนอันดับ 4 และ 5 เป็นของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน วัย 63 ปี และสมเด็จพระสันตะปาปา “โป๊ป” ฟรานซิส พระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก พระชนมายุ 79 พรรษา ตามลำดับ

อันดับ 6 คือ นางเจเนต เยลเลน วัย 70 ปี ประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ (เฟด) อันดับ 7 ได้แก่ นายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ วัย 61 ปี และอันดับ 8 ได้แก่ นายแลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บสืบค้นข้อมูลชื่อดัง “กูเกิ้ล” ปัจจุบันคุมบริษัทอัลฟาเบต ที่แยกการบริหารอิสระจากกูเกิ้ล

สำหรับอันดับอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ นายหลี่ เค่อเฉียง วัย 61 ปี นายกรัฐมนตรีของจีน ติดอันดับ 12 นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 86 ปี มหาเศรษฐี เจ้าพ่อวงการตลาดทุน เจ้าของบริษัทเบิร์กไชร์ ฮาธะเวย์ ติดอันดับ 15 นายแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน วัย 52 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซชื่อดัง อาลีบาบา ติดอันดับ 28 นายอันโตนีโอ กูเตียร์เรส วัย 67 ปี เลขาธิการคนใหม่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ติดอันดับ 36 และนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ วัย 33 ปี ติดอันดับที่ 43

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา วัย 55 ปี ที่กำลังจะหมดวาระในเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งเมื่อปีที่แล้วติดอันดับ 2 ของตาราง มาปีนี้หล่นไปอยู่ที่ 48 ขณะที่นายโรดริโก ดูเตร์เต วัย 71 ปี ผู้นำจอมโวของฟิลิปปินส์ ผู้เคยด่ากราดมาแล้วทั้งยูเอ็นและนายโอบามา โทษฐานที่วิจารณ์การทำสงครามปราบยาเสพติดที่เขาชูเป็นนโยบายหาเสียงจนชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ติดอันดับ 70

 

Leave a comment