ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/247304
รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้ยังคงอยู่กับ “ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์” หรือ “หญิงน้อง” ซึ่งพิธีกรรับเชิญ “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยถึงเรื่องราว “วันทรงดนตรี” และความประทับใจจนเป็นที่อิจฉาของใครหลายคน ที่ “ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์” ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิด ด้วยการเป็นสมาชิกนักร้องในวงดนตรี “อ.ส.วันศุกร์”
ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ เล่าว่า “ตัวเองก็ยังรู้สึกปลื้มใจเป็นที่สุดแล้วที่ได้มีโอกาสพิเศษนี้ แล้วก็มีบุญที่ได้ถวายงานอย่างค่อนข้างจะใกล้ชิด โดยการเป็นสมาชิกในวงดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักที่สุดของเรา

ได้เข้าเฝ้าฯถวายงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2510 ตอนนั้นเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเฟรชชี่ นิสิตจุฬาฯ ปี 1 ท่านพ่อ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์) ก็รู้สึกดีพระทัยมาก ภูมิใจ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านพ่อคิดได้ก็คือว่า ในเมื่อถวายงาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นเวลานาน ถวายงานมา 34 คำร้องแล้ว แล้วก็ได้พระราชทานความใกล้ชิดผูกพันกับท่านพ่อแล้วก็ส่งมาถึงลูกๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อทุกคน ก็เลยเป็นโอกาสที่ท่านพ่อ กราบบังคมทูลว่า จะขอถวายลูกสาวให้มาร้องเพลงที่ในวง แล้วก็พาไปกราบพระบาทถวายตัว ที่พระตำหนักสวนจิตรลดาในปี พ.ศ.2510
วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ นักดนตรีก็ฝีมือฉกาจฉกรรจ์ทุกคน แล้วตอนนั้นพี่เองยังเด็ก ก็ประหม่าค่ะ แล้วก็ตื่นมากเลย เพราะว่าเพลงที่ทรงเล่นอยู่ในวงนั้นไม่ใช่ธรรมดา มันเป็นเพลงประเภทแจ๊ส เพลงประเภทแจ๊สนี่ก็ต้องเข้าใจว่ามันจะเป็นเพลงที่นับบาร์เอา ก็เล่นผสมกัน จะเป็นอิมโพไวท์จะแอทลิปกัน แล้วเราจะจับได้อย่างไรล่ะว่าจะเข้าตอนไหน แล้วจะจบตอนไหน แล้วกลับมาอีกทีจะเริ่มเข้าไปอีกได้เมื่อไหร่ ต้องใช้อาศัยแบบต้องไปซ้อมก่อนบ้างอะไรบ้าง แล้วสิ่งที่ง่ายกว่าคือจะมี 2 แบบนะคะที่ทรงคือ ทรงเป็นโน้ตเลย โน้ตที่ทุกคนต้องอ่านตาม แต่เพลงที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานอันนั้นง่ายกว่า

ตอนนั้นที่ไปร้องไม่ใช่แค่เพลงพระราชนิพนธ์ ทุกเพลงที่เล่นในวง อ.ส.วันศุกร์ พอกราบพระบาทถวายตัวแล้ว หลังจากวันนั้นพี่ๆ ในวง อ.ส.วันศุกร์ ก็เมตตามาก โดยเฉพาะหัวหน้าวง ก็คือ คุณแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ก็บอกเลยว่าหญิงน้องอยู่จุฬาฯ อยู่ใกล้กับที่ทำงานพี่นิดเดียว คืออยู่สยามกลการ หญิงน้องว่างเมื่อไหร่นัดมาเลย แล้วก็ต้องซ้อมเป็นเพลงๆ ก่อน เวลาทำงานถวาย ทำเป็นเพลงๆ ก่อน แล้วอีกหน่อยคุ้นแล้ว นับบาร์ได้เองแล้ว หรือว่าจับจุดได้เองแล้ว ว่าเพลงแจ๊สเป็นอย่างไร ค่อยร้องเพลงแบบที่ฟรีสไตล์แบบแจ๊ส ตอนแรกๆ ก็เลยร้องเป็นเพลงแบบโน้ตก่อน ก็ถวายงานเพลงที่เป็นแบบว่ามีเรียบเรียงเสียงประสานมาทั้งวงแล้ว เช่น บิ๊กสเปนเดอร์ คือเป็นเพลงแบบแจ๊สซี่บิ๊กแบรนด์นี่แหละ แต่ว่าเราใช้เพลงฝรั่งร้อง
เวลาพูดถึงนิสิตจุฬาฯ ก็จะนึกถึง วันทรงดนตรี ซึ่งจะตรงกับวันที่ 20 กันยายนของทุกๆ ปี พี่ก็จะได้ร้องเพลงในวันทรงดนตรีทุกครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกจนครั้งสุดท้าย ปีแรกที่พี่ร้องคือปี พ.ศ.2510 แต่ว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ ทรงมาก่อนหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ปี พ.ศ.2510 เริ่มมีแล้ว

พี่เริ่มร้องเพลงในวันทรงดนตรีจนถึงปีสุดท้ายที่เสด็จฯ คือปีพ.ศ. 2516 จำได้ว่าคือทั้งมหาวิทยาลัยจะมีความตื่นเต้นมาก
แล้วมันจะมีธรรมเนียมที่แบบว่า เฝ้ารถพระที่นั่ง เสด็จฯ ทรงเข้ามาก็เราสามารถจะเฝ้าเรียงรายมาได้ และขาเสด็จฯ กลับยัง
ได้เกาะรถได้อีกต่างหาก แล้วก็มีเพื่อนฝูงของตัวเองได้เกาะรถ ก็มาอวดแบบมีความปลื้ม จะมีการจองที่นั่งตั้งแต่เช้า เสด็จฯก็บ่ายแล้ว ก็มีการจองที่กัน พี่ตื่นเต้นมาก แล้วก็คิดดูว่าเรานี่ได้มีสิทธิ์ส่วนที่จะขึ้นบนเวทีด้วย แล้วก็ได้ไปนั่งอยู่ด้านหลัง ไม่มีใครเห็นเราหรอก เพราะว่านักร้องจะต้องอยู่ข้างหลัง แต่ว่าร้องเสร็จแล้วเราสามารถจะออกมาถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และก็สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ที่เสด็จฯ ด้วย เพราะว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรง
ร้องเพลง สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ก็ทรงร้องนะคะ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ก็ทรงร้อง แต่ตอนที่ดิฉันเข้าใหม่ ท่านเสด็จฯไปศึกษาต่อแล้ว ก็ได้เฝ้าฯแค่ 2 พระองค์เล็ก
วันทรงดนตรีทุกคนจะตื่นเต้น เพราะว่าขอเพลงได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนิสิตจุฬาฯ อย่างเป็นกันเอง พระราชทานพระบรมราโชวาทก่อน ก็เป็นอะไรที่ไม่ใช่เครียด แต่เป็นอะไรที่ทุกคนได้
หัวเราะด้วย เพราะพระองค์ท่านจะทรงมีมุขที่ให้ครึกครื้นได้ก็เลยทำให้ทุกคนมีความสุขมาก แล้วที่พี่ภูมิใจอีกอย่างคือ พี่ได้ร้องเพลงของจุฬาฯ ร้องเพลง CU Polka แล้วคนก็เฮกันใหญ่ เพราะว่าสนุกด้วย และก็ได้โอกาสที่จะเฮฮาเสียงดังได้ ช่วยกันร้องได้ในหอประชุม

นอกจากเรื่องของการได้ร้องเพลงในวันทรงดนตรีแล้ว ในเรื่องของวง อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งสุดท้ายที่ไปเล่นเป็นครั้งประวัติศาสตร์ครั้งสุดท้าย ที่วังพญาไท พี่ก็ได้ไปตรงนั้นด้วยแต่ไม่ต้องร้องเพลง ณ วันนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีพระบรมราชานุญาตให้วง อ.ส.วันศุกร์ ไปบรรเลงในที่สาธารณะได้โดยไม่มีพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ.2550 คือวันศุกร์ที่30 พฤศจิกายน เพื่อหารายได้สมทบกองทุนโครงการบูรณะพระราชวังพญาไท โดยมุ่งที่จะเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
ที่สำคัญคือ เสื้อที่พี่ใส่อยู่นี้ สังเกตดีๆ จะมีตรา อ.ส. และก็มีนพปฎลมหาเศวตฉัตรอยู่ด้วย นี่คือสิ่งที่เป็นที่ภูมิใจอย่างยิ่งนะคะ ที่โชคดีและก็มีบุญขนาดที่ได้เสื้อพระราชทาน เลเซอร์พระราชทาน โดยเป็นสมาชิกวงดนตรี อ.ส. ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”










(ซ้าย) พิธีกรรับเชิญ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์